งแบ่งรับแบ่งสู้ “ก็ประมาณนั้นกระมัง”
ไป๋ฉีเริ่มทอดถอนใจกับความห่างชั้นระหว่างมนุษย์เดินดินกับเซียน จืออู๋จวินก็ตามเข้ารวมวงสนทนาด้วย
นับตั้งแต่คนอื่นๆ เดินทางจากไป ความสัมพันธ์ระหว่างไป๋ฉีกับจืออู๋จวินก็สนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วยไม่ได้เพราะปกติก็มีแต่พวกนางที่คุยกัน ส่วนหวงเทียนกับเฮยเทียน จืออู๋จวินมักรู้สึกว่าพวกเขาเหมือนเด็กที่ไม่มีวันโตเป็นผู้ใหญ่ แม้ไป๋ฉีจะหยาบคาย แต่อย่างน้อยก็ไม่เด็กน้อยเช่นนั้น
เจียงฉางเชิงเล่นคันฉ่องฟ้าดินต่ออีกครู่หนึ่งก็แบ่งร่างแยกร่างหนึ่งออกมาอีกครั้ง จากนั้นให้ร่างแยกพกคัมภีร์ภูผาสมุทรกับคันฉ่องฟ้าดินจากไป
จืออู๋จวินมองร่างแยกจากไป นางสงสัยใคร่รู้อยิ่งนักแต่ไม่กล้าถามมาก นางรู้ดีว่าเรื่องพวกไหนที่ถามไม่ได้
เจียงฉางเชิงหลับตาฝึกวิชา จู่ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าคัมภีร์ภูผาสมุทรกับคันฉ่องฟ้าดินน่าจะแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยตนเอง
ก็ดีเหมือนกัน!
เป็นผู้ฝึกเซียนก็ต้องสู้ด้วยอาคม สู้ด้วยสมบัติวิเศษ ไยต้องต่อสู้กันด้วยกายเนื้อล้วนๆ เหมือนผู้ฝึกยุทธ์เล่า
เจียงฉางเชิงยกมุมปาก ให้เวลาเขาฟูมฟักอีกสักหน่อย เผ่าปีศาจอะไรก็ช่าง เผ่าราชาไท่หวงอะไรก็ช่าง คงคาลี้ลับนอกพิภพอะไรก็ช่าง เขาจะกำราบให้หมดสิ้น!
ห้าปีผ่านไป ปีไท่เหอที่สี่สิบเจ็ด ต้นเดือนห้า
ร่างแยกของเจียงฉางเชิงหวนกลับมา จากนั้นเขาก็แบ่งร่างแยกร่างใหม่ให้นำคัมภีร์ภูผาสมุทรกับคันฉ่องฟ้าดินออกไปข้างนอกอีกหน เพราะ