ต่ระยะนี้จิตใจข้าไม่สงบ เหมือนมหันตภัยกำลังจะมาเยือน”
ระหว่างที่กล่าวคำนี้นางก็ยกมือขึ้นมากุมหน้าอก นี่เป็นครั้งแรกที่นางเผยท่าทางเยี่ยงสตรีออกมา เจียงฉางเชิงได้ฟังก็ตกใจ รีบพยากรณ์อย่างบ้าคลั่ง เมื่อแน่ใจแล้วว่าในบริเวณใกล้ๆ ไม่มีอันตรายจึงลอบพรูลมหายใจเฮือกหนึ่ง เขาคิดว่าตนเองเผลอเลินเลอไปเสียแล้ว
จืออู๋จวินเอ่ยต่อว่า “มหันตภัยที่ข้ากล่าวถึงไม่ได้หมายถึงต้าจิ่งของพวกเรา แต่เป็นเผ่ามนุษย์ที่ทะเลไร้ขอบเขต แม้ข้าจะตัดขาดกับตระกูลจีแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังเป็นคนตระกูลจี เคยรับตำแหน่งในราชวงศ์แห่งโชคชะตาเป็นถึงขุนพล หากมหันตภัยมาเยือนเผ่ามนุษย์ ข้าย่อมสัมผัสได้ล่วงหน้า ความรู้สึกนี้แรงกล้ายิ่งนัก เหมือนหนนั้นที่จอมราชันเผ่าปีศาจบุกโจมตีอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์”
นางถอนหายใจ นางรู้ว่าพูดสิ่งเหล่านี้ไปก็ไร้ประโยชน์ ยามนี้นางไม่อยู่ที่ทะเลไร้ขอบเขตเสียหน่อย
“มรรคาจารย์ อย่าคิดมากไปเลยเจ้าคะ ข้าคิดตกแล้ว ปกป้องประชาชนของต้าจิ่งจึงจะเป็นการเหลือความหวังให้เผ่ามนุษย์ ข้าเพียงแต่กระสับกระส่ายตามสัญชาตญาณ ความรู้สึกนี้มิอาจควบคุมได้ ผ่านไประยะหนึ่งก็คงดีขึ้นเอง”
จืออู๋จวินบอกอย่างจริงจัง นางกลัวว่ามรรคาจารย์จะลงมือเพราะเรื่องนี้แล้วนำปัญหายุ่งยากมาให้ต้าจิ่ง มหันตภัยครานี้ไม่ง่าย มันไม่ใช่สิ่งที่มรรคาจารย์จะยุติได้ด้วยการยิงลูกศรไม่กี่ดอก สนามรบระหว่างอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กับเผ่าปีศาจในวันวานกว้างใหญ่ไ