ซือ ฉันไปทำงานก่อน มีเวลาจะไปเยี่ยม” หลี่เสวี่ยอิงพูดอีกประโยคแล้วรีบออฟไลน์ไป
ฟางเจิ้งส่ายหน้าอย่างจนปัญญา นี่มองเขาเป็นถังขยะ พูดในสิ่งที่พูดกับคนอื่นไม่ได้จบก็พลิกมือโยนทิ้งมา…ทว่าฟางเจิ้งไม่ใส่ใจ นักบวชก็ทำกันแบบนี้ไม่ใช่หรือ?
เวลาผ่านไปทีละวัน สงครามหนังล่มเมืองยังคงดำเนินต่อไปทุกวัน ทะเลาะกันจนเกิดพายุฝนไปทั้งเมือง แม้แต่หมู่บ้านเอกดรรชนีก็ยังคุยกันถึงหนังเรื่องนี้ ทว่าท่าทีของหมู่บ้านเอกดรรชนีง่ายมาก หมู่คณะเรียนเข้าอินเทอร์เน็ต เข้าไปช่วยกองถ่ายล่มเมืองด่าศัตรู…ขอใช้คำพูดพวกเขา หนังเริ่มจากหมู่บ้านและออกจากหมู่บ้าน จะต้องสนับสนุน! สนับสนุนแบบไม่มีเงื่อนไข! สนับสนุนอย่างกล้าได้กล้าเสีย!
แบบนี้แล้ว ฟางเจิ้งได้แต่ยิ้มเจื่อนแล้วก็ยิ้มเจื่อน
พริบตาเดียวจะผ่านเดือนเจ็ดไป วันที่หนึ่งเดือนแปด หนังล่มเมืองเข้าฉายท่ามกลางเสียงด่าทอนับไม่ถ้วน
และช่วงหลายวันมานี้ แม้ฟางเจิ้งจะไม่ได้พูดอะไร ทว่าก็สังเกตหนังล่มเมืองเงียบๆ มาตลอด ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่ไต้ซือแท้จริงที่กระโดดออกจากธาตุทั้งห้าได้จริงๆ เขายังมีนิสัยของวัยรุ่นเจิดจรัส เพียงแต่ว่าสภาวะจิตใจเข้าใกล้ไต้ซือมากขึ้นเท่านั้น ต่อให้เป็นแบบนี้ ไต้ซือในใจเ