งจำช่วงหนึ่งแล่นผ่านในความคิด ก่อนจะหน้าแดง ส่ายหน้า สะบัดความทรงจำน่าอายนั้นไป…
ฟางเจิ้งคลิกเปิดข่าวที่เกี่ยวข้องกับหนังล่มเมือง เมื่อก่อนเขาสนใจข่าวด้านภาพยนตร์น้อยมาก แต่จะพุ่งไปที่เว็บเรียนธรรมะเลย ทว่าวันนี้ต่างออกไป ดีเลวอย่างไรก็เป็นภาพยนตร์ที่เขามีส่วนร่วมด้วย แม้จะแค่โผล่หน้าออกไปแล้วก็สละสิทธิ์ก็ตาม อีกอย่างกองถ่ายนี้ยังสร้างภาพจำที่ลึกซึ้งแก่เขา คนจากกองถ่ายนิสัยดี ตอนนี้ถือว่าเป็นสหายกัน ตอนเทศกาลทุกคนยังทักทายกัน โดยเฉพาะหลี่เสวี่ยอิงที่แสดงเป็นนางเอกฮวามู่หลันของเรื่องนี้สนิทกับฟางเจิ้งมาก นี่ถือว่าเป็นผลงานของเธอเอง
แต่เมื่อเปิดดูแล้ว การโฆษณาเข้าถึงมาก ทว่าคอมเมนต์ข้างล่างกลับทำให้ฟางเจิ้งขมวดคิ้ว
“เนื้อหาเหมือนเดิมไม่เห็นมีอะไรใหม่เลย?”
“ถึงหลี่เสวี่ยอิงจะแสดงดีมาก แต่หนังเรื่องนี้มันเน่าไปนานแล้ว คนถ่ายทำกันเยอะเกินไป ซ้ำไปซ้ำมาน่าสนุกตรงไหน?”
“หลี่เสวี่ยอิงคิดยังไงนะ? ไม่อยากเชื่อว่าจะรับงานนี้ นี่เท่ากับทุบป้ายร้านตัวเองรึเปล่า?”
“ไปรับงานนอกไม่ได้น่ะสิถึงกลับมาถ่ายหนังกากๆ หาเงิน? ฉันกล้าพูดเลยนะอย่าฉายเรื่องนี้จะดีกว่า ฉายแล้วก็ตาย! ชื่อเสียงหลี่เสวี่ยอิงจะพังเอา”