ฟางเจิ้งเห็นแบบนั้นก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี นี่มันอะไรกัน? เขาที่ปัดหนี้สินไปมาทั่วเห็นมาเยอะแล้ว แต่เพิ่งเคยเห็นการให้ของไร้ยางอายแบบนี้เป็นครั้งแรก
ช่วยไม่ได้ ฟางเจิ้งได้แต่ขอบคุณ เลือกกระดาษเหลืองมาสองมัด เทียนไขหลายเล่ม ตะปูจำนวนหนึ่งก่อนเอ่ยลาไป
สถานีสุดท้ายคือบ้านหวังโอ้วกุ้ย พอเข้าประตูไปก็เห็นหวังโอ้วกุ้ยกำลังยุ่งอยู่ ซ่งเอ้อโก่ว ขาเป๋หม่า นักบัญชีหยางผิง หยางหวาพี่ชายหยางผิง เสมียนถานจวี่กั๋ว เจียงโจว ฝานชิง ชิวเสี่ยวเยี่ยและก่วนเสียงเฟิงอยู่ในลานบ้าน กำลังพูดอะไรบางอย่าง
เห็นฟางเจิ้งมาทุกคนจึงรีบลุกขึ้น
หวังโอ้วกุ้ยพูดยิ้มๆ “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ท่านมาพอดีเลย เรากำลังหารือกันอยู่ ท่านว่าแท่นบูชาต้องใหญ่แค่ไหนถึงจะดี? ปีก่อนๆ พวกชาวบ้านจน ทำถูๆ ไถๆ ไป ปีนี้มีเงินแล้วจะทำถูๆ ไถๆ ไม่ได้? อย่างน้อยก็ต้องสวยเป็นอันดับหนึ่งในแปดหมู่บ้านสิบลี้”
ฟางเจิ้งส่ายหน้าด้วยความจนปัญญา “การเซ่นไหว้บรรพบุรุษไม่ต้องจัดใหญ่ขนาดนั้น เซ่นไหว้บรรพบุรุษก็เหมือนไหว้พระ ใจถึงดีกว่าอะไร ยกตัวอย่างง่ายๆ ประสกถาน ประสกหวังให้หลานชายหลานสาวของประสกกตัญญูโดยการซื้อบ้านหรูรถหรูให้แต่ปีหนึ่งไม่กลับมาเลยสักครั้ง