พูดไปอาจไม่มีประโยชน์”
ทุกคนพากันตกเข้าสู่ห้วงความคิด
หัวข้อสนทนาเปลี่ยนไปแล้ว ในเมื่อเวทีไม่ต้องหรูหรามากนักแล้วก็ง่าย ทุกคนถือวัตถุดิบมาที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน เริ่มก่อสร้างแท่นบูชา ฟางเจิ้งลงมือด้วยตัวเอง เจียงโจวร่วมมือด้วย ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันจนเสร็จออกมาเป็นแท่นบูชาพุทธศาสนาที่ธรรมดาแต่แฝงไว้ด้วยความเรียบง่ายทุกแห่ง
พูดถึงแท่นบูชา ความจริงแท่นนี้ถูกเรียกว่าแท่นให้ทานผี บนแท่นให้ทานผีมีอาสนะนักบวช ข้างหน้าอาสนะนักบวชวางพระพุทธรูปพระกษิติครรภโพธิสัตว์ผู้โปรดสัตว์ผีร้าย ใต้พระพุทธรูปวางอาหารเช่นข้าวสารและลูกท้อเป็นถาดๆ ขณะเดียวกันบนแท่นให้ทานผียังวางป้ายวิญญาณสามแผ่นรวมถึงธงเรียกวิญญาณ ฟางเจิ้งแยกปักธงกระดาษสามมุมเป็นสีต่างๆ เช่นฟ้า แดงและเขียวลงบนของเซ่นไหว้ทุกชิ้น ด้านบนเขียนว่า ‘พิธีอุลลัมพนะ’ หรือ ‘ยอมให้เปิดประตู’ เป็นต้น เท่านี้แท่นให้ทานผีก็เสร็จสิ้น
ฟางเจิ้งมองแท่นให้ทานผีที่สร้างเสร็จตรงหน้าพร้อมกับมีภาพหนึ่งแล่นผ่านในความคิด หลวงตาหนึ่งนิ้วเคยบอกว่าหลายปีมานี้หมู่บ้านเอกดรรชนีไม่มีความพิถีพิถันเหล่านี้ แค่เผากระดาษง่ายๆ ก็จบ ความพิถีพิถันเหล่านี้มาจากภาคใต้ ใครเป็นคนนำมานั้น หลวงตาหนึ่ง