ทันทีที่เจียงโจวจะตะโกนเรียกก่วนเสียงเฟิงไว้นั้นก็ไม่ทันแล้ว
“อาจารย์ ใจเย็นๆ ค่ะ หนูจะไปดูเอง” ชิวเสี่ยวเยี่ยก้าวขายาวไปที่หน้าประตู พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเด็กแดงถือมีดผ่าฟืนอันใหญ่ กำลังจะตัดเก้าอี้ที่สว่างแวววาวราวกับหยก จึงเอ่ยไปแทบจะตามจิตใต้สำนึก “อย่า!”
“นี่…พวกเอ็งทำอะไรกัน? ฝานชิง ให้พวกเขาหยุดตะโกนเสียงดังในวัด” เจียงโจวกล่าว
ฝานชิงพยักหน้าและวิ่งเข้าไปทันที
เจียงโจววางใจฝานชิง เทียบกันแล้วมีความสุขุมมากกว่า ทว่า…
“หยุด!” ฝานชิงตะโกนเสียงดัง เจียงโจวตาค้าง หลังลานวัดเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ศิษย์สามคนเป็นแบบนี้? แต่ขาเดินลำบาก เขาอยากไปดูก็ไม่ได้ ได้แต่พยายามชะเง้อคอมองไปข้างใน น่าเสียดายมีปัญหาเรื่องมุมเลยไม่เห็นอะไรเลย!
เจียงโจวจึงร้อนใจ “ฝานชิง พวกเอ็งเห็นอะไรกันแน่? พาอาจารย์ไปที”
ฝานชิงเพิ่งนึกออกว่าตนมาทำไม พูดดิบดีว่าจะห้ามพวกเขาตะโกน ทว่าทำไมตนตะโกนตาม? จึงหน้าแดง ฝานชิงกับก่วนเสียงเฟิงรีบวิ่งกลับมา ชิวเสี่ยวเยี่ยจ้องเด็กแดงราวกับไปฆ่าบิดาตน วางมาดว่าถ้านายกล้าผ่าเก้าอี้ ฉันจะกินนาย! ทำเอาเด็กแดงตกใจจนไม่กล้าผ่า…
ก่วนเสียงเฟิงแบกเจียงโจวไปพลางพูดไปพลาง “อาจารย์ ท่านไม่รู้ว่าใน