อถือลูกประคำ ยิ้มหยีตาพูดว่า “ศิษย์ เมื่อกี้นายตะโกนอะไร? จะเอาเรื่องอาจารย์ให้ถึงที่สุดหรือ?”
เด็กแดงเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายของฟางเจิ้งแล้วใจสั่น กลืนน้ำลายลงคอก่อนตอบไป “อาจารย์ ท่านหูแว่ว ข้าจะพูดจาแบบนั้นได้อย่างไร? ข้าจะบอกว่า…ข้าเข้าใกล้ท่านไปอีกแล้ว อมิตาพุทธ ประเสริฐๆ”
ฟางเจิ้งเห็นเด็กแดงมีท่าทีแบบนี้ก็ยิ้มพอใจ “พอใช้ได้ พูดมาเถอะว่ามีเรื่องอะไร?”
เด็กแดงรีบพุ่งเข้าไปในครัว ชี้เปลเด็กที่เสริมด้วยไม้กระดานใหญ่ซึ่งแขวนอยู่บนคาน เอ่ยด้วยสีหน้าคับอกคับใจ “อาจารย์ นี่คือเตียงที่ทำให้ข้า? ไหนบอกว่าเตียง? ข้าอายุพันกว่าปีแล้ว ท่านให้ข้านอนไอ้นี่?” พูดถึงจุดเจ็บปวด เด็กแดงขบฟันจนเสียงดังกึกๆ
ฟางเจิ้งเอามือไพล่หลัง มองเปลเด็กนั้นพลางพยักหน้า “มันเล็กไปหน่อยจริงๆ ถ้าไม่อย่างนั้นให้อาจารย์ทำให้ใหญ่กว่านี้หน่อยไหม?”
“ไม่ใช่ปัญหาเรื่องขนาด! ข้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว! ข้าอยากนอนเตียง! ไม่อยากนอนเปลเด็ก!” เด็กแดงร้องโวยวายด้วยความอึดอัดใจ
“อ้อ นายเป็นผู้ใหญ่แล้ว” ฟางเจิ้งพูด
“ใช่ เป็นผู้ใหญ่มากด้วย เพียงแค่ร่างกายโตช้าเท่านั้น” เด็กแดงตบหน้าอกเล็กพร้อมพูดอย่างแน่วแน่
ฟางเจิ้งพูดต่อ “ในเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว เช่นนั้นจากนี้น