ายจะต้องทำงานในวัดให้มากขึ้น…”
“อาจารย์!” เด็กแดงร้องขัดคำพูดฟางเจิ้งโดยพลัน
“อะไร?” ฟางเจิ้งถามซื่อๆ
เด็กแดงเอ่ยด้วยความจริงจังอย่างยิ่ง “ในเผ่าปีศาจพวกเรา พันปียังเป็นเด็กน้อย ข้าคิดๆ ดูแล้ว ข้าก็ควรจะนับตามมาตรฐานของเผ่าปีศาจ”
ฟางเจิ้งมองเปลเด็ก “แล้วเปลนี่?”
“อืม เล็กไปหน่อย…” เด็กแดงยังไม่ยอมอยู่เล็กน้อย
“อย่างนั้นเอง เช่นนั้นก็โยนไว้ข้างๆ จุดไฟทำอาหารเถอะ อาจารย์จะทำให้ใหญ่หน่อย” ฟางเจิ้งพูดพร้อมกับถอดเปลนั้นลงมา โยนไว้ในลานวัดตามอำเภอใจ ความจริงเปลนี้ไม่แย่เลยแม้แต่น้อย ด้านบนไม่เพียงมีลายของไผ่หนาว แต่ยังมีพุทธคัมภีร์ที่ฟางเจิ้งตั้งใจแกะสลัก แม้จะพูดเรื่องความสวยงามไม่ได้ ทว่าทุกตัวอักษรเขียนด้วยอักษรพุทธองค์มังกร มีความยิ่งใหญ่ ไม่ว่าใครนอนในนี้จะจิตสงบอย่างยิ่ง นอนหลับสบายไม่ว้าวุ่นใจ สบายมาก แต่ฟางเจิ้งพบว่าแม้ให้เด็กแดงนอนในเปลนี่จะดี แต่ถ้าคำนึงถึงเขาที่นอนไม่อยู่สุขแล้ว ก็ยังเล็กไปหน่อย…
“เอาละ พวกนายรอก่อน อาจารย์จะไปเลือกไผ่” เอ่ยจบฟางเจิ้งก็จะเดินไปข้างนอก
เด็กแดงตามมา ดึงชายจีวรฟางเจิ้ง มองเขาอย่างน่าสงสารราวกับแมวน้อย “อาจารย์ ข้านอนเตียงไม่ได้หรือ?”
ฟางเจิ้งแหงนหน้ามองฟ้า พูดอย่างปลงอนิ