จจัง “แล้วนายคิดว่าลิงสมควรนอนเปลไหม?”
เด็กแดงงุนงง ไม่เข้าใจว่าฟางเจิ้งพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร จึงเดินกลับลานวัดด้วยความมึนงง นั่งลงด้วยความโมโห
ลิงที่กำลังสวดมนต์เลิกหนังตาขึ้น “ศิษย์น้อง นายอยากนอนเตียงขนาดนั้นเลย? นายก็รู้ว่าเตียงศิษย์พี่ใหญ่ขนาดนั้น หักลบเวลาที่อาจารย์อู้งานกับสวดมนต์แล้ว ใช้เวลาจริงๆ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่เปลเด็กนั่นเขาใช้เวลาไปหนึ่งชั่วโมง…เขาใช้ใจไปกับเปลของนายมากกว่าเตียงของศิษย์พี่เยอะ”
เด็กแดงอึ้ง ปกติเขาตักน้ำรอบหนึ่งใช้เวลาเกือบยี่สิบนาที ไปๆ มาๆ ดั่งสายลม ทว่าครั้งนี้ด้วยความที่เขาโหยหาเตียงของตนเลยจงใจเดินช้าลง อยากกลับไปเห็นเตียงเสร็จสมบูรณ์ทีเดียว เขาเลยนับเวลาครบหนึ่งชั่วโมงกว่าถึงกลับไป สรุปเตียงเสร็จแล้ว แต่เป็นเปลเด็ก…ตอนนั้นด้วยความโกรธจึงไม่ได้ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน
ตอนนี้ตรึกตรองดีๆ อีกครั้ง…เขาวิ่งเข้าไปหยิบเปลเด็กมา มองอักษรยิ่งใหญ่ด้านบน คล้ายๆ กับว่าอักษรทุกตัวจะเห็นเงาของฟางเจิ้งได้ ฟางเจิ้งกำลังยิ้มให้เขา! ยิ้มอบอุ่นมากราวกับหยกอุ่นและแสงตะวันยามแรกอรุณ เขามองอักษรเหล่านั้น ภายในใจอบอุ่นและสบายมาก
“อาจารย์เขียนอักษรพวกนี้ ทั้งยังแกะสลักออกมา