ซ่งเอ้อโก่วไปหารือกับหวังโอ้วกุ้ย เขารู้ว่าฟางเจิ้งเป็นพวกกลัวความยุ่งยากแบบตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เขาคนเดียวไม่หน้าใหญ่ขนาดนั้นที่จะให้ฟางเจิ้งเสียเวลาเสียแรงมาสอนพวกชาวบ้านว่าแกะสลักอย่างไร ดังนั้นเขาจึงเตรียมดึงคนมาเยอะหน่อย หน้าก็ใหญ่ขึ้นด้วย…
สองคนต่างกอดความคิดตนเองเดินเข้าลานบ้านหวังโอ้วกุ้ย พอเข้ามาก็เห็นหวังโอ้วกุ้ยนั่งเก้าอี้อยู่ใต้ร่มเงาไม้ เจียงโจวนั่งอยู่เช่นกัน หวังโอ้วกุ้ยนั่งข้างๆ สองคนเล่นหมากกัน ซิวเสี่ยวเยี่ยกับฝานชิงกำลังดูอยู่ข้างๆ พลางเล่นมือถือ มีอิสรเสรี
ตอนนี้เองเจียงโจวพูดบางอย่าง หวังโอ้วกุ้ยพลันยิ้ม
“ผู้ใหญ่บ้าน พวกคุณคุยอะไรกันน่ะดูมีความสุขเชียว?” ซ่งเอ้อโก่วหัวเราะเบาๆ พร้อมเดินเข้ามาถาม
“ไม่มีอะไร คุยเรื่อยเปื่อย เรื่องพวกนายเป็นไงบ้าง?” หวังโอ้วกุ้ยรู้ว่าก่วนเสียงเฟิงอยากให้เซอร์ไพรส์เลยไม่ได้เปิดโปง
สรุปซ่งเอ้อโก่วส่ายหน้า “เฮ้อ โลกนี้มีคนประเภทหนึ่ง เหมือนกับงูที่ละโมบไม่รู้จักพออยากกินช้าง ไม่ยอมจ่ายอะไรเลยแต่อยากตักตวงผลประโยชน์ จิ๊ๆ…แถมยังไม่รู้สถานะตนเอง! ตอนนี้จบแล้ว ไม่ได้อะไรเลย..”
ก่วนเสียงเฟิงหน้าแดง พูดด้วยความโมโห “โทษฉันได้รึไง? ฉันจะรู้ได้ไงว