่าหลวงจีนนั่น…เฮ้อ…”
“ก่วนเสียงเฟิง เอ็งพูดอะไร?” เจียงโจวถามด้วยความแปลกใจ
ก่วนเสียงเฟิงไม่อยากพูด ทว่าซ่งเอ้อโก่วไม่มีอะไรต้องปิดบังจึงเอ่ยเรื่องบนเขาทันที ฟังถึงตรงนี้ เจียงโจวขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “ก่วนเสียงเฟิง ปกติข้าสอนเอ็งแบบนี้รึ?”
ก่วนเสียงเฟิงก้มหน้าลง แก้ตัวว่า “อาจารย์ ท่านไม่รู้ว่าไผ่นั่นดีแค่ไหน ผมไม่รู้จริงๆ ว่าหลวงจีนนั่นแกะสลักไผ่เป็น เขาเอามีดถางป่ายาวขนาดนั้นมาตัดไผ่ ถ้าเป็นอาจารย์ท่านก็ร้อนใจเหมือนกัน” ก่วนเสียงเฟิงวาดมือเทียบขนาดของมีดถางป่าพลางพูดด้วยความไม่ยอม
“ก่วนเสียงเฟิง อย่าพูดไร้สาระ อาจารย์เป็นคนแบบนั้นเหรอ? อาจารย์ไม่เคยไปที่ไหนมาบ้าง? ไม่เคยเห็นวัตถุดิบดีชิ้นไหนบ้าง? แค่ไผ่เอง อาจารย์ไม่ลืมตัวเสียกริยาแบบนั้นหรอก” ฝานชิงกล่าว
“แกจะรู้อะไร! ไผ่นั่นดีมากจริงๆ ไม่เชื่อพวกนายก็ไปถามซ่งเอ้อโก่วกับผู้ใหญ่บ้านหวังได้เลย?” ก่วนเสียงเฟิงรู้ว่าตนพูดไปไม่มีประโยชน์เลยรีบหาพวก
สรุปซ่งเอ้อโก่วเอามือไพล่หลังเดินไปเล่นกับไก่…ขี้เกียจช่วยเขาพูด เห็นได้ชัดว่ายังไม่พอใจเรื่องที่ก่วนเสียงเฟิงปฏิเสธขาเป๋หม่า
หวังโอ้วกุ้ยเป็นผู้ใหญ่บ้านจะอวยของตัวเองก็ไม่ได้ จึงยิ้มเขินๆ “ไผ่