ฟางเจิ้งเองก็ตกใจกับคำพูดของเด็กแดงมาก รีบลากเขาไปอีกด้าน ยืนขึ้นประนมสองมือกล่าว “อมิตาพุทธ ประสกอย่าถือโทษ ถึงศิษย์อาตมาคนนี้อายุไม่น้อยแล้ว แต่ก็ยังมีนิสัยเด็ก”
“อายุไม่น้อย?” ก่วนเสียงเฟิงงุนงง มองเด็กที่ผิวพรรณอ่อนนุ่มราวกับรูปปั้นแกะสลักหยกแล้ว มองอย่างไรก็เป็นเด็กน้อยอายุไม่กี่ขวบ จะบอกว่าเขาเป็นคนโง่? ก่วนเสียงเฟิงหัวเราะแห้งๆ สองที อยากจะเย้ยเยาะ แต่เมื่อกวาดสายตามองไผ่หนาวบนพื้นแล้วพลันนึกขึ้นได้ว่าตนมาขอ ไม่ใช่มาหาเรื่องทะเลาะ จึงสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ยว่า “ช่างเถอะ ผมไม่ถือสาเด็กน้อยหรอก”
“ข้าก็ไม่ถือสาเด็กน้อยเช่นกัน” เด็กแดงทำเสียงหึๆ เลียนแบบคำพูดก่วนเสียงเฟิง
ก่วนเสียงเฟิงมองฟางเจิ้งด้วยความไม่พอใจ ความหมายในแววตาชัดเจนมาก คุณไม่จัดการเด็กนี่หน่อยหรือ?
ฟางเจิ้งหัวเราะฝืนๆ ในใจ จะจัดการอย่างไร? เด็กแดงไม่ได้พูดอะไรผิด! เทียบกับเขาแล้วนอกจากที่ตัวใหญ่กว่าเด็กแดง เครายาวกว่าเด็กแดงแล้ว เทียบกันที่อายุ เขายังเป็นหลานเด็กแดงไม่ได้เลย…แต่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
ซ่งเอ้อโก่วหายใจสบายแล้ว เห็นก่วนเสียงเฟิงยังหาเรื่องฟางเจิ้งจึงยกมือตบบ่าก่วนเสียงเฟิง “ตกลงแกจะเอาไผ่หนาวไหม? มาขอคนอื่น