พูดถึงปัญญาชนคนนั้น นักพรตเต๋าเล่อเทียนเหมือนมีน้ำขมที่อ้วกออกมาไม่หมดสามวันสามคืนจริงๆ ดื่มชาไปพลางพ่นกากไปพลาง…
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ฟางเจิ้งเริ่มดื่มชาเร็วขึ้น ทั้งยิ่มดื่มยิ่งเร็ว ยิ่งดื่มยิ่งมาก ความเร็วในการชงชาของนักพรตเต๋าเล่อเทียนตามทันอย่างชัดเจน จึงอดเอ่ยไม่ได้ “หลวงพี่ ท่านพูดมาเถอะ ถึงชานี่จะดูไม่อร่อยมาก แต่ดื่มไปดื่มมาก็ชิน ก็ชอบใช่ไหม” พูดจบ นักพรตเต๋าเล่อเทียนยังเชิดหน้าขึ้นอย่างมีความสุข
ฟางเจิ้งยิ้มแห้งๆ ขณะจะตอบ
เด็กแดงยิ้มเยาะอยู่ข้างๆ “เหอะๆ…ท่านคิดมากไปแล้ว ชาดื่มยากขนาดนั้น หลักๆ แล้ว…อาจารย์ข้าหิว เอาแต่ฟังท่านคุยโม้คงอึดอัดใจ ผ่านยามกลางวันมาหนึ่งชั่วโมงแล้ว ว่าแต่ท่านไม่ดูแลเรื่องอาหารหรือ?”
นักพรตเต๋าเล่อเทียนอึ้งไป ดูเวลาแล้วก็หน้าแดงฉาด รีบพูด “โอ้ คุยจนลืมทานข้าวเลย ไม่ต้องรีบ อาตมาจะไปทำอาหาร”
พูดจบนักพรตเต๋าเล่อเทียนก็วิ่งออกไป หลังลานอารามมีครัว เขามุดเข้าไปทำนู่นทำนี่ ไม่นานก็ยกอาหารที่มีไอร้อนพวยพุ่งออกมาชามใหญ่
ข้าวเป็นข้าวสวย แวววาว กับข้าวเป็นผัดผักป่า ง่ายมาก เพิ่งวางอาหารลง ก็มีคนสองคนโผล่มาที่หน้าประตู…
ฝานชิงกับอาจารย์เขามองนักพรตเต๋าเล่อเทียนอย่