งลิงไปก่อน และอ่านคัมภีร์ต่อ
วันเวลาผ่านไปทีละวัน ใกล้จะผ่านเดือนเจ็ดแล้ว ใกล้เข้าสู่ช่วงที่ร้อนที่สุดคือเดือนแปด
ดวงอาทิตย์ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แสงตะวันร้อนแรงแผดเผาบนพื้นจนดังซ่าๆ ราวกับถ้าโยนไข่ไก่ลงไปจะได้กินไข่ทอด…
“อาจารย์ ร้อนขึ้นเรื่อยๆ แล้ว” หมาป่าเดียวดายนอนหมอบบนพื้นอย่างไร้ชีวิตชีวา แลบลิ้น พ่นลมออกมาดังแฮ่กๆๆ เพื่อพยายามลดอุณหภูมิลง
ฟางเจิ้งพยักหน้า เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ญาติโยมก็มาน้อยลงทุกที ถึงอย่างไรญาติโยมก็เป็นคนธรรมดา ยังไม่เลื่อมใสถึงขั้นทารุณตนเอง คนที่ขึ้นเขามาในเวลานี้แทบจะไม่มีเลย อย่างม มากบางคนก็ขึ้นมาตอนเช้าตรู่ เวลาอื่นๆ ไม่มีคนเลย…
ฟางเจิ้งมองวัดที่ว่างเปล่าด้วยความไม่เคยชินเล็กน้อย
ตอนนี้เอง กระรอกวิ่งกลับมา พอกลับมาก็ไปหลบใต้เงาต้นไม้ กางสี่ขาออกนอนแผ่ตรงนั้น แลบลิ้นเลียนแบบหมาป่าเดียวดาย พลางพูดบ่นว่า “เฮ้อ ในวัดร้อนเกินไปแล้ว ในภูเขาสบายกว่าอีก”
ฟางเจิ้งดวงตาเปล่งประกายโดยพลัน ถามว่า “ในภูเขาเย็นสบาย?”
กระรอกเห็นอาจารย์ที่รู้เรื่องทุกอย่างขอคำชี้แนะจากตนก็คึกคักขึ้นมา ลุกขึ้นนั่ง กอดอกทำท่าทางเป็นปัญญาชนหัวคร่ำครึ ตั้งสติตอบไปว่า “เย็นสบาย เย็นมาก! สายลมพัดเบาๆ เย็นส