ยิ่งเดิน ลุงต๋ายิ่งตกใจ หลวงจีนตรงหน้าเดินในป่าทึบราวกับเดินบนพื้นราบ จีวรขาวไม่เปื้อนแม้แต่ใบไม้ ไม่สกปรกเลยแม้แต่น้อย! ประกอบกับเรื่องงูก่อนหน้านี้ ใจลุงต๋ายิ่งหนักอึ้งข ขึ้นเรื่อยๆ หลวงจีนนี่เป็นใครกันแน่?
ตอนกลางวัน ในที่สุดทุกคนก็ปีนมาถึงภูเขาลูกแรก ขณะยืนบนยอดเขา ลุงต๋าเอามือวางตรงหน้าผากพลางมองไปรอบๆ อิงจื่อกับจางจื่อนั่งพักบนพื้น เจ้าใบ้ถือเข็มทิศในมือ หมุนไปรอบๆ
ส่วนฟางเจิ้งนั่งอยู่ไม่ไกล มองการกระทำคนพวกนี้อย่างเงียบๆ
ลุงต๋ากระซิบบางอย่างข้างหูจางจื่อ จางจื่อพยักหน้า จากนั้นพูดกับฟางเจิ้ง “หลวงพี่ ผมเห็นทางด้านนั้นมีลำธาร ผมจะไปตักน้ำมานะ”
ฟางเจิ้งพยักหน้าให้
จางจื่อลงเขาไปไม่นานก็กลับมา หิ้วกระติกน้ำในมือมาด้วยจริงๆ เขาแบ่งน้ำให้ทุกคนไปพลาง ส่งสายตาตึงเครียดให้ลุงต๋าไปพลาง
ลุงต๋าพยักหน้าเล็กน้อย จางจื่อพลันร้องตกใจว่า “เฮ้ย กระเป๋าเงินผมตกที่ริมน้ำ หลวงพี่ ท่านว่าผมไปกลับเหนื่อยจะตายแล้ว ลุงต๋ากับเจ้าใบ้ก็อายุเยอะ อิงจื่อก็เป็นผู้หญิง ผ ผมไม่วางใจ…”
ฟางเจิ้งมองจางจื่อด้วยแววตาใสบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ทว่าในความบริสุทธิ์เหมือนมีวิสัยทัศน์ ราวกับกำลังพูดว่า ‘ฉันรู้ว่าพวกแกจะทำอะไร!’
ฟาง