ี่ยนความคิดคนอื่นได้ วิธีแบบนั้นไม่ใช่ความดี แต่เป็นความชั่วช้า! เขาทำในสิ่งที่ต้องทำ ส่วนผลลัพธ์ก็แล้วแต่วาสนา…
ทว่าหนึ่งปีต่อมา ฟางเจิ้งพบเรื่องที่น่าตกใจ ระบำคู่เริ่มเข้าสู่เวทีจอโทรทัศน์ รายการโชว์ทีวีต่างๆ มีร่างของพวกเขา ไม่ด่าแม่อีก ไม่พูดลามกอีก แต่รวมกับละครตลก ละครสั้น และ ะทอล์คโชว์เป็นต้น ประกอบกับคนมีไม้เด็ด ทำให้ระบำคู่โด่งดังขึ้นมาอีกครั้ง ฟางเจิ้งยังเห็นจ้าวอู่ด้วย เพียงแต่ว่าจ้าวอู่ในตอนนั้นเป็นคนมีชื่อเสียงในมณฑลไปแล้ว…
ฟางเจิ้งเห็นสิ่งเหล่านี้ก็ลำพองใจนิดๆ แต่ก็ยิ่งพบว่าบางครั้งอภินิหารของคนธรรมดาก็มีประโยชน์กว่าอภินิหารแห่งพุทธะ เมื่อสามัคคีเป็นกลุ่มก้อนในการเปลี่ยนแปลง ก็จะไม่มีอะไรที่เป ปลี่ยนไม่ได้ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้
แน่นอนว่าตอนนี้ฟางเจิ้งไม่ได้คิดมากขนาดนั้น เขาในตอนนี้…
“อาจารย์ นี่มันอะไรกัน!” เด็กแดงพูดบ่น “ข้าอยากด่าคน! จริงๆ เลย ปีศาจอย่างพวกเราหน้าหนาพอแล้วนะ แต่เหตุใดระบำคู่ถึงหน้าหนากว่าปีศาจ?”
“อายจัง…” กระรอกปิดหน้า ถ้าไม่ใช่มีขนทั้งตัว เดาว่าคงกลายเป็นกระรอกผิวแดงแล้ว
ลิงประนมสองมือ “กามตัณหาคือความว่างเปล่า ความว่างเปล่าคือกามตัณหา”
หมาป่าเดียวดายทำหน้าเอ้อระเหย แกว่ง