ังเขินอายอย่างน่าอัศจรรย์ ดูท่าเด็กดื้อนี่ยังคงมีเรื่องราวอีก…มีเวลาฟางเจิ้งต้องขุดคุ้ยหน่อย ไม่อย่างนั้นธาตุไฟแห่งยันต์แปดทิศจะยากม มอดดับลง!
มื้อนี้ฟางเจิ้งกินอย่างสุขสบายมาก กินอิ่มหนำสำราญแล้วก็มอบคำอวยพรให้ลูกอีกคนของหยางหวา จากนั้นฟางเจิ้งพาเหล่าลูกศิษย์เตรียมขึ้นเขา
ตอนนี้เองโรงเรียนประถมรกร้างแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลออกไปของหมู่บ้านพลันเกิดเสียงเพลงดังขึ้น ตามด้วยเสียงประทัดปุงปัง เสียงไพเราะดังขึ้น ทำนองเฉพาะของระบำคู่ดังไปทั่วหมู่บ้าน
เด็กแดงพูดด้วยความอยากรู้อยากเห็น “อาจารย์ เราไม่ไปดูรึ?”
ฟางเจิ้งชำเลืองหางตามองไกลๆ ทีหนึ่งก่อนส่ายหน้า “ไม่ไป!”
“อาจารย์ ฟังดูแล้วน่าจะสนุกมาก ศิษย์อยากไปดูจัง” กระรอกยืนบนบ่าฟางเจิ้งทำเป็นที่รองเท้าพยายามมองทอดไกล
หมาป่าเดียวดายพูดเช่นกัน “อาจารย์ พวกเรายังไม่เคยดูเลย”
“พวกนายอยากดูจริงๆ?” ฟางเจิ้งขบคิด นี่เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง ให้พวกเขาไปดูหน่อยก็ดี
ฟางเจิ้งถาม ลิง กระรอก หมาป่าเดียวดายและเด็กแดงพยักหน้าพร้อมกัน
“เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นก็ไป” ฟางเจิ้งพยักหน้าแล้วพาพวกลูกศิษย์มุ่งหน้าไปที่โรงเรียน
ยังไม่ถึงก็เห็นว่าประตูโรงเรียนมีคนปักร่มกันแดด ลากสาย