ไฟยาวสายหนึ่ง มีกล่องไอศกรีมวางไว้ แขวนป้ายว่า ‘เครื่องดื่มเย็นๆ ไอศกรีม! เบียร์เย็นๆ!’
พอหมุนตัวกลับเดินเข้าโรงเรียน ข้างในเป็นเวทีแสดงที่ปรับมาจากเวทีประธานในตอนแรก เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว หมู่บ้านจะฉายหนังหรือเชิญการแสดงพวกระบำคู่ก็จะใช้เวทีนี้ หล ลังจากโรงเรียนร้างไปแล้วก็กลายเป็นศูนย์กลางกิจกรรมอย่างสิ้นเชิง
“อาจารย์ โรงเรียนนี้ดีมาก เหตุใดถึงร้างล่ะ?” เด็กแดงมองโรงเรียนทรุดโทรมที่เป็นตึกชั้นเดียว กระจกแตก โต๊ะเก้าอี้ข้างในมีฝุ่นเกาะ…จึงถามด้วยความไม่เข้าใจเล็กน้อย
ฟางเจิ้งว่า “นายดูข้างใต้เวทีแสดงว่ามีใครนั่งอยู่”
เด็กแดงมองไป เห็นว่าใต้เวทีแสดงมีหลายคนนำม้านั่งมานั่งกันเอง ทว่าคนที่นั่งอยู่มีวัยรุ่นไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นคนอายุห้าสิบหกสิบปี เด็กหน่อยก็สองสามขวบ เด็กที่โตขึ้นมาหน่อย มีไม่กี่คน กำลังพาเด็กเล็กกลุ่มหนึ่งวิ่งเล่นไปทั่ว
ฟางเจิ้งพูดว่า “ยุคสมัยกำลังพัฒนา วัยรุ่นในหมู่บ้านไปเมืองใหญ่เพื่อแสวงหาการพัฒนาที่ดีขึ้นเพื่อหาเงินให้ได้มากขึ้น คนอยู่เมืองใหญ่ ทำงานที่เมืองใหญ่ ทุกอย่างอยู่ที่เมืองใหญ ญ่…แต่งงานมีลูก เลี้ยงลูกก็ต้องให้อยู่เมืองใหญ่ ดังนั้นคนในหมู่บ้านเลยออกไปกันเยอะขึ้นเรื่