ที่จริงแล้วพวกเขาเป็นใครกันแน่
แต่ว่า สถานการณ์ในตอนนี้ หากให้พวกเขาตามไปด้วย คงไม่สะดวกแน่ ครั้นแล้ว เฉินเกอเลยให้ตงหนานซีเป่ยทั้งสี่คน กลับไปรอที่วิลล่าก่อน
ส่วนตัวเองนั้น ยังต้องอยู่ที่ตระกูลยู่
ตระกูลยู่ในเวลานี้
“เขาไม่อยู่ยิ่งดี ไม่แน่ว่า อาจจะไปตายที่ไหนแล้วก็ได้ อย่าให้ฉันเจอเขาอีก แค่เห็นหน้าเขา ฉันก็รู้สึกเอือมแล้ว พอแล้ว ที่เรียกพวกเธอมานี้ ฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะบอก”
ซูหง ได้เรียกสมาชิกในบ้านทั้งหมดมารวมกันที่ห้องโถงใหญ่
และยู่จินเฟยเอง ก็ไม่รู้ว่าเฉินเกอนั้น ไปที่ไหนแล้ว
ซูหงพูดขึ้นว่า “ช่วงนี้ฉัน ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีอำนาจในหลาย ๆ ประเทศ และพวกเขาเองก็หวังกับโสมพันปีเป็นอย่างมาก แถมยังให้ราคาดีกับพวกเราด้วย”
“แม่ แต่ว่า ไม่ใช่บอกว่า เรื่องราคานั้น ไม่ใช่ปัญหาหรอกเหรอ หากของสิ่งนี้อยู่ที่บ้านของพวกเรา ยิ่งจะเป็นตัวนำปัญหามาให้ หากว่า มีวิธีจัดการมันได้ ก็ให้รีบจัดการเลยเถอะ ตอนนี้มีผู้มีอิทธิพลจำนวนมากจ้องดูมันอยู่ แล้วแม่ทำไมยังต้องไปติดต่อลูกค้ามาเยอะขนาดนี้ด้วย”
ยู่จินเซียงรู้สึกแปลก ๆ ใจ และจึงได้ถามขึ้น
“ฮืม ลูกโง่เอ้ย แกไม่เข้าใจหรอ หากติดต่อลูกค้าได้มากเท่าไร ยิ่งจะเป็นผลดีต่อตระกูลยู่ของเรา เดี๋ยวให้พวกเขาสู้กันเอง เพราะแต่ละคนต่างก็มีอิทธิพลกันทั้งนั้น สู้กันไปเรื่อย ๆ จนทำให้คนในเทียนเฉิงนั้น ไม่มีปัญญาที่สู้ต่อ แบบนี้ ตระกูลยู่ของเราก็มีทางออกแล้ว แถ