“หลวงพี่ฟางเจิ้ง สวัสดีค่ะ” ฉีลี่หย่าที่สีหน้าดีขึ้นมากยืนอยู่หน้าฟางเจิ้ง รอยยิ้มเขินอายเล็กน้อย แต่เหมือนสภาพจิตใจจะดีขึ้นแล้ว
ฟางเจิ้งประนมสองมือพูดด้วยรอยยิ้ม “อมิตาพุทธ”
“เรื่องในวันนั้น ฉันยังจำได้…” ฉีลี่หย่าพูด
ฟางเจิ้งยังคงยิ้ม
ฉีลี่หย่าพูดต่อ “แต่ฉันไม่ได้บอกกับใคร”
ฟางเจิ้งยิ้มต่อ เอียงตัวพลางพูด “ถ้าสีกาอยากพูดอะไรก็พูดกับพระโพธิสัตว์ได้ สีกาเป็นคนจิตใจดี พระโพธิสัตว์จะปกป้องสีกาเอง”
“ค่ะ” ฉีลี่หย่าพยักหน้า จากนั้นเข้าอุโบสถ คุกเข่าขอพรอะไรเงียบๆ
ฉีลี่หย่าให้เงินจุดธูปไว้ร้อยหยวน สองคนทำเพียงแค่มองกันและกัน ไม่ได้พูดอะไรอีก ฟางเจิ้งพูดไม่เก่ง ฉีลี่หย่าก็เช่นกัน แต่บางเรื่องไม่ต้องบอกทุกคนก็เข้าใจ นับจากวันนี้ไปอ อาหารของฟางเจิ้งเปลี่ยนไปแล้ว เพราะทุกสัปดาห์ฉีลี่หย่าจะส่งอาหารที่ทำมาให้หนึ่งครั้ง
ฟางเจิ้งรับไว้ด้วยรอยยิ้ม เขาไม่ใช่คนที่เกรงใจอะไรอยู่แล้ว
หลังจากผ่านเรื่องฉีลี่หย่า ฟางเจิ้งพบว่ากลุ่มชั้นเรียนถือว่าได้ตายจากไปอย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครพูดอะไรอีก ฟางเจิ้งได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ กับเรื่องนี้ โดนเข้าไปครั้งหนึ่งก็ขยาดไป ปอีกนาน อันตรายจากธุรกิจแบบพีระมิดไม่ใช่ว่าถูกทำลายแล้วจะขจัดทิ