วปล่อยไปหรอกใช่ไหม?”
สวีเหยียนหันไปมอง ทักทายเสียงเบาทันที “หัวหน้า คุณก็ตื่นเหมือนกันเหรอ?”
“เสียงดังขนาดนี้จะไม่ตื่นได้ไง? ไปถามเขาซิว่ากำลังทำอะไร ถ้าจงใจก่อปัญหาจริงๆ ก็จำต้องใช้มาตรการแบบเหนือ[1]ซะแล้ว” หัวหน้าหญิงกล่าวอย่างเย็นชา “ฉันเคยเห็นคนแบบนี้มาเยอะ ถ้าไ ไม้อ่อนใช้ไม่ได้ก็ต้องใช้ไม้แข็ง ต้องมีสักทางที่จัดการได้!”
สวีเหยียนกล่าว “หัวหน้าวางใจ ผมจัดการเขาได้แน่!”
สวีเหยียนพูดจบก็เดินออกไป มาที่ข้างหลังฟางเจิ้งแล้วตบๆ อีกฝ่าย
ปรากฏว่าฟางเจิ้งหมุนตัวกลับมา ยกมือขึ้นก่อนตีลง!
แก๊ง!
“ไอ้ห่าเอ๊ย…” สวีเหยียนนั่งยองลงพร้อมกับอุดหู
ฟางเจิ้งเห็นสวีเหยียนจึงเก็บอ่างเหล็ก ตั้งมือขึ้นข้างหนึ่ง “อมิตาพุทธ ประสก มีเรื่องอะไรหรือ?”
“โอย…” สวีเหยียนคลึงใบหู พยายามอดทนไม่ให้ตัวเองด่าคน กดเพลิงโทสะไว้ และถามว่า “หลวงพี่ ท่านกำลังทำอะไร?”
“เคาะระฆัง! อาตมาอยู่ที่วัด ทุกวันตอนเช้าจะเคาะหนึ่งร้อยแปดครั้ง ช่วยไม่ได้ วัดอาตมายากจนเกินไป มีระฆังแค่ใบเดียว ถ้ามีกลองน่าจะเคาะด้วยกัน แต่ว่าเราไม่มีทั้งระฆังและกลอง อ