ซุนผู่ฟังความหมายไม่ออก แต่หัวเราะตาม “ชื่อไม่ดีหรอกครับ ตอนนี้ธรรมดาเกินไปแล้ว ถ้าตั้งชื่อดีๆ ไม่แน่ตอนนี้อาจจะไปได้ไกลแล้ว”
“ประสกมาที่นี่นานแค่ไหนแล้ว?” ฟางเจิ้งถามด้วยความแปลกใจ
“หนึ่งปีแล้วครับ” ซุนผู่ตอบ
ฟางเจิ้งว่า “หนึ่งปี สิบสองเดือน…” เอ่ยต่อในใจว่าหนึ่งเดือนสิบกว่าครั้ง หนึ่งปีต้องล้างเท้าให้คนอื่นเป็นร้อยครั้ง มิน่าถึงได้มีทักษะชำนาญแบบนี้! ถ้าเจ้านี่ไม่ทำธุรกิจแบบพีระมิดแล้วกลับไปทำงานล้างเท้าหรือเปิดร้านนวดเท้าบำบัด ไม่แน่อาจจะรวยก็ได้…
หลังล้างเท้าเสร็จ สวีเหยียนยกน้ำมาชามหนึ่ง วางลงไว้ข้างๆ “อากาศร้อน ตอนดึกกระหายน้ำก็ดื่มได้นะครับ”
ฟางเจิ้งขอบคุณรัวๆ ถึงในตัวสวีเหยียนจะไม่มีสิ่งดีอะไร แต่ฟางเจิ้งก็ยังเข้าใจหลักการที่ว่าไม่ยื่นมือไปทำร้ายคนยิ้มแย้มให้
สวีเหยียนพูดอีกประโยคก่อนจะออกไป
ซุนผู่เข้ามาใกล้ฟางเจิ้ง ถามว่า “หลวงพี่ ท่านคิดจะอยู่ที่นี่ยาวจริงๆ เหรอ?”
“ใช่ อาตมาว่าที่นี่ดีมาก ทุกคนเป็นมิตรมาก เหมือนครอบครัวเดียวกันเลย อาตมาว่าจะอยู่ยาว ขอแค่ทุกท่านไม่ไล่อาตมา อาตมาจะอยู่ที่นี่ตลอดไป” ฟางเจิ้งตอบ
ซุนผู่ได้ฟังแบบนั้นก็หัวเราะแห้งๆ เพียงแต่ว่าในรอยยิ้มมีความยิ้มเยาะมากกว่า คิดในใจว่า