‘พูดแบบนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ร้องไห้อยากจะกลับไปแล้ว…’
คนอื่นๆ ก็มีความคิดไม่ต่างกัน เวลาสามทุ่มครึ่งกว่า พวกเขาปิดประตูปิดไฟ เมื่อปิดประตู ลมที่เข้าออกตามช่องลมก็น้อยลง ในห้องก็มีคนเพิ่มมา ครู่เดียวจึงอากาศร้อนอบอ้าว หลายคนพลิกตัวไปมานอนไม่หลับ ฟางเจิ้งอดไม่ไหวเอ่ยถาม “ทุกท่านยังไม่นอนอีกหรือ?”
ซุนผู่ตอบกลับ “เปล่าครับ กำลังคิดถึงทิศทางชีวิตอยู่ ทบทวนสิ่งที่เรียนมาในวันนี้ เลยยังไม่นอนน่ะครับ” เขากระดากอายที่จะบอกว่าตนร้อนจนนอนไม่หลับ
มีคนขานรับอีก “หลวงพี่ ท่านนอนก่อนเถอะ พวกเราชอบกรน เสียงดังสนั่นเลย ถ้านอนก่อนเดี๋ยวท่านจะนอนไม่หลับ”
“ฮ่าๆ…ใช่ ท่านนอนเถอะ” มีคนขานตอบ
ฟางเจิ้งพลันตอบอย่างมีเหตุมีผล “พูดอะไรอย่างนั้น? อาตมาเป็นนักบวช ในเมื่อมาทางโลกก็ต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมสถานที่นั้นๆ แค่กรนเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร วางใจเถอะ อาตมาไม่ได้ใจแคบถึงขนาดนอนไม่หลับหรือโกรธเพราะกรนอะไรพวกนั้น อีกอย่างอาตมาไม่ดูถูกคนนอนกรน…”
“หลวงพี่พูดดี สมกับเป็นพระอาจารย์ที่รู้แจ้ง” ซุนผู่กล่าว
“ใช่ กรนแล้วทำไม? กรนแล้วก็ไม่ได้ขอข้าวบ้านแกกินนี่ ไม่ได้จ่ายเงินบ้านแกด้วย หลวงพี่ เรื่องนี้ผมสนับสนุนท่าน”
“ถูกๆ ทุกคนอยู่ด้