้งไปได้
“หลวงพี่ ไม่ต้องเกรงใจนะ กินเถอะ” สวีเหยียนเริ่มขยับแล้ว ดูดกินซู้ดๆ อย่างมีความสุข
ในที่สุดฟางเจิ้งก็เข้าใจแล้วว่าทำไมคนพวกนี้ถึงดูอดอยาก ดูท่าชีวิตจะไม่ค่อยดีนัก!
ฟางเจิ้งเลยถาม “กินเต็มที่ได้เลยไหม?”
สวีเหยียนกับซ่งเข่อหลิงอึ้งค้าง ก่อนจะมองตากัน สวีเหยียนกัดฟันบอก “กินได้เต็มที่เลยครับ!”
จากนั้นสวีเหยียนเห็นฟางเจิ้งกินเนิบๆ ความเร็วไม่มาก ทุกการกระทำบ่งบอกว่าได้รับการอบรมเลี้ยงดูมา กินบะหมี่ไม่มีเสียง เห็นดังนั้นสวีเหยียนเลยหน้าแดง กินเนิบๆ ด้วยเช่นกัน
ซ่งเข่อหลิงออกไปกินข้าวแล้ว แต่ออกไปไม่นาน สวีเหยียนก็เรียกเธอเข้ามา
“หลวงพี่กินหมดแล้ว อยากกินอีกชาม เธอไปเอามาอีกชาม” สวีเหยียนว่า
ซ่งเข่อหลิงพยักหน้าแล้วออกไป สักครู่ก็ยกบะหมี่มาให้อีกชาม ฟางเจิ้งกินต่อ…
สิบนาทีต่อมา
“หลวงพี่ ท่านยังจะกินอีก?” สวีเหยียนเห็นฟางเจิ้งทำสีหน้ายังกินได้อีก จึงถามหยั่งเชิง
“อาตมากระเพาะใหญ่” ฟางเจิ้งตอบเบาๆ
สวีเหยียนจนปัญญา ได้แต่ให้บะหมี่เต็มชามกับฟางเจิ้งต่อไป
สิบนาทีต่อมา
“หลวงพี่ ท่าน…” สวีเหยียนมองชามว่างเปล่าตรงหน้าพลางถาม
“อาตมายังกินได้อีก” ฟางเจิ้งตอบยิ้มๆ
สวีเหยียนหน้าดำทะมึนโดยพลัน สามชามแล้ว! แถมยัง