“ลู่อัน เมื่อครู่เจ้าพูดอะไร”
หลี่หยาหรี่ตาถามขึ้น ขัดจังหวะเสียงของทุกคนในท้องพระโรง ทำให้ขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊หันมามองลู่อัน
ลู่อันที่ผมหงอกขาวโค้งมือกล่าวว่า “กระหม่อมเห็นควรให้พึ่งต้าจิ่ง ไม่ว่าจะเข้าร่วมราชวงศ์ใดล้วนเสี่ยงทั้งนั้น แต่ต้าจิ่งไม่เหมือนใคร พวกเราศึกษามาแล้ว ท่านทั้งหลาย ลองละวางความแค้นจากสงครามที่ผ่านมา ต้าจิ่งมิใช่ทำการอย่างเปิดเผยยุติธรรมหรือ ส่วนท่านมรรคาจารย์ ย่อมมีจิตใจกว้างขวางเหนือผู้ใดในใต้หล้าไม่ใช่หรือ”
ทันทีที่คำพูดนี้เอ่ยออกมา ก็มีหลายคนตะโกนด่าเขาอย่างโกรธเกรี้ยว
“พึ่งใครก็ได้ แต่ไม่มีทางพึ่งต้าจิ่งเด็ดขาด!”
“เจ้าลืมความแค้นของเหล่าทหารรัฐตงนับแสนแล้วหรือ!”
“ไม่ใช่เพราะต้าจิ่ง เฟิ่งเทียนจะตกต่ำถึงเพียงนี้หรือ ลู่อันผู้นี้จิตใจชั่วร้าย อดีตเป็นเพียงพ่อค้า ไม่คู่ควรพูดเรื่องราชวงศ์แผ่นดินจริงๆ ด้วย!”
“ฝ่าบาท ขอพระองค์โปรดสั่งประหารเขาเสีย อย่าให้วาจาอัปรีย์ของเขาหลอกลวงผู้คน!”
แม้จะถูกขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและบู๊ว่ากล่าวข่มขู่ ลู่อันกลับไม่ตื่นตระหนกแม้แต้น้อย เผยหน้าอย่างสงบ มองสบตาโอรสสวรรค์
หลี่หยาแค่นเสียงกล่าว “ความแค้นอะไรกัน พวกเจ้าไม่รู้สึกละอายเลยหรือ เฟิ่งเทียนเป็นฝ่ายเปิดศึกใส่ต้าจิ่งก่อน แต่พอแพ้กลับยอมรับไม่ได้ ในสายตาของเรา ศักดิ์ศรีของต้าจิ่งอยู่เหนือสูงกว่าเฟิ่งเทียน หากเป็นโอรสสวรรค์ของต้าจิ่งมาที่เฟิ่งเทียน พวกเจ้าจะยอมปล่อยเขากลั