ผ่านไปอีกสามนาที ในที่สุดฟางเจิ้งก็ส่งมือถือกลับมาให้ ซ่งเข่อหลิงกำลังจะพูดบางอย่าง ก็ได้ยินฟางเจิ้งเอ่ยว่า “สีกา…”
“หลวงพี่ หยุด!” ซ่งเข่อหลิงกลัวหลวงจีนที่พูดเยิ่นเย้อนี่จริงๆ แล้ว จึงรีบห้าม
ทว่าฟางเจิ้งทำท่าจะพูดแต่หยุดไป ก่อนเปิดปากอีก ซ่งเข่อหลิงรีบปราม “อย่าพูด!”
จากนั้นซ่งเข่อหลิงพิมพ์ข้อความมาว่า “หลวงพี่ฟางเจิ้ง ประธานหลิวกำลังรออยู่ เราขึ้นไปคุยบนรถเถอะ”
ฟางเจิ้งอยากจะเอามือถือมา ทว่าซ่งเข่อหลิงเป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมให้ ไอ้เวรหัวโล้นนี่ช้าเกินไปแล้ว! เธอพิมพ์ไปว่า “หลวงพี่ ท่านพูดมา” ขณะเดียวกันก็ทิ้งระยะห่างออกไป
ฟางเจิ้งยิ้มเจื่อนๆ “อาตมาหูไม่อื้อแล้ว ได้ยินแล้ว อาตมาอยากจะบอกว่าเพื่อนสีกาเหมือนไม่ค่อยสบาย นอนราบกับพื้นแล้ว”
ซ่งเข่อหลิงอึ้งงัน หันไปมอง เห็นสวีเหยียนนอนนิ่งกับพื้น ตาสองข้างเหลือกเป็นสีขาวเรียบร้อย
ซ่งเข่อหลิงรีบวิ่งเข้าไป ฟางเจิ้งก็เข้าไปช่วยเช่นกัน พวกเขาพาสวีเหยียนขึ้นรถ ให้นอนราบลง แล้วเปิดแอร์เป่า พรมน้ำใส่…ผ่านไปนานสวีเหยียนถึงลืมตาขึ้น ถามด้วยหน้ามึนงงว่า “ถึงบ้านแล้วเหรอ?”
“พูดอะไรน่ะ? ยังไม่ออกรถเลย” คนขับรถตอบ
สวีเหยียนได้ยินดังนั้น ดวงตาสองข้างดำมืด ยังไม่ถึงบ้า