นอีก? เขาไม่อยากสวมเสื้อผ้านี่แล้ว เกือบตาย! พอดีตอนนั้นเห็นฟางเจิ้งเข้ามาใกล้ ทำท่าทางว่าจะพูดด้วย ทำเอาสวีเหยียนตกใจจนหมดสติไปอีกรอบ
ฟางเจิ้งมองซ่งเข่อหลิงด้วยสีหน้าอย่างผู้บริสุทธิ์ ซ่งเข่อหลิงเองก็ทำหน้าจนปัญญา ได้แต่พูดว่า “โชเฟอร์ ออกรถเลย!”
รถยนต์ออกตัว เมื่อมาถึงกลางทาง สวีเหยียนลุกขึ้นนั่ง ทว่าเป็นตายอย่างไรก็ไม่พูดกับฟางเจิ้ง ฟางเจิ้งมองซ่งเข่อหลิงด้วยสีหน้าไร้ความผิด ซ่งเข่อหลิงเองก็จนปัญญานิดหน่อยแล้ว ได้แต่บอกว่า “ตอนหลวงพี่ลงรถหูอื้อนิดหน่อย ฟังไม่ค่อยได้ยิน ตอนนี้หายแล้ว หลวงพี่ ดูจากที่ท่านพิมพ์มือถือ เหมือนว่าจะไม่ค่อยใช้มือถือนะคะ”
ฟางเจิ้งยิ้มอบอุ่นให้ “ใช่ อาตมาใช้มือถือน้อยมาก สมารท์โฟนสมัยนี้ฉลาดมากเลยใช้ไม่ค่อยเป็น”
“อย่างนั้นเอง หลวงพี่ ท่านใช้มือถือรุ่นอะไรคะ ให้ฉันดูได้ไหม” ซ่งเข่อหลิงกล่าว
สิ้นเสียง บรรยากาศในรถพลันตึงเครียด สวีเหยียนกับซ่งเข่อหลิงดูตึงเครียดเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด ทว่าก็แค่ครู่เดียวก่อนจะเป็นธรรมชาติขึ้นมา ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็มองไม่ออกเลย ทว่าฟางเจิ้งกลับเห็นชัดเจน จึงก้มหน้าลงยิ้ม
ฟางเจิ้งตอบ “ได้แน่นอน สีกาเอาไปดูสิ”
พูดจบ ฟางเจิ้งหยิบมือถือส่งให้ซ่งเข่อหลิง