ซ่งเข่อหลิงรับมือถือมาแล้วก็ยิ้มโดยพลัน ฟางเจิ้งก็ยิ้มด้วย เพียงแต่ว่ารอยยิ้มของสองคนคลับคล้ายว่าจะไม่ค่อยเหมือนกัน
ซ่งเข่อหลิงรับมือถือฟางเจิ้งมาเล่น แถมไม่บอกว่าจะคืนให้ฟางเจิ้งด้วย
หลังจากสวีเหยียนมั่นใจว่าฟางเจิ้งไม่ตะโกนแล้ว คราวนี้ถึงพูดกับฟางเจิ้ง โดยพื้นฐานจะถามสภาพความเป็นอยู่ในช่วงนี้ของฟางเจิ้ง พักวัดไหน ในบ้านมีใครบ้างเป็นต้น จุดนี้ฟางเจิ้งไม่ได้โกหกอะไร แต่ตอบไปอย่างใจกว้าง
สวีเหยียนเห็นว่าข้อมูลที่ฟางเจิ้งตอบตรงกับข้อมูลที่หลิวต้าเฉิงให้มา จึงรู้ว่าฟางเจิ้งไม่ได้โกหก ขณะเดียวกันก็ดูถูกฟางเจิ้งเล็กน้อย
สวีเหยียนยิ้มถาม “หลวงพี่ ตอนนี้วัดพวกท่านมีนักบวชอยู่กันกี่คน?”
ฟางเจิ้งยิ้มตอบ “วัดเอกดรรชนีเป็นวัดเล็ก นอกจากอาตมาแล้วยังมีลิง กระรอก และหมาป่าตัวใหญ่อะไรแบบนี้”
ฟางเจิ้งไม่รู้ว่าจะเรียกเด็กแดงอย่างไรดี บอกว่าเขาเป็นคน เจ้าตัวก็เป็นปีศาจ บอกว่าเขาเป็นพุทธ เจ้าตัวก็เป็นปีศาจ บอกว่าเขาเป็นปีศาจ แต่ก็มีหน้าตาเป็นเด็กน้อยอีก บางคนอาจบอกว่าถ้าคุณบอกว่าเขาไม่ใช่คน นั่นคือการดูถูกเด็กแดง แต่ในสายตาเด็กแดง หากบอกว่าเป็นคน นั่นต่างหากคือการดูถูกเขา! คนในสายตาของเขาไม่ต่างอะไรกับเป็ดไก่ในสายตา