นหนึ่งใส่ไม่กี่หยวนก็ไม่น้อยแล้ว ทว่าพอหวนนึกคิดดู เงินที่เขาต้องใช้ยกระดับอภินิหารมีราคาหนึ่งแสนขึ้นไปทั้งนั้น เขาพลันพบว่าตัวเองยังคงยากจนอยู่ดี!
ทว่านี่ไม่สำคัญแล้ว เขาเบิกเงินออกมาทันที ต่อมามีเงินปึกหนึ่งปรากฏในมือ ฟางเจิ้งยิ้มหยีตาจนเป็นร่อง หลังพิงกำแพงแล้วนับเงิน! หนึ่งใบ สองใบ…
“นับเงินนี่ฟินจริงๆ!” ฟางเจิ้งยิ้มเบิกบานใจ นานขนาดนี้แล้ว ถึงเขาจะเคยจับเงินก้อนใหญ่ แต่พวกนั้นใช้จ่ายไม่ได้ ในที่สุดตอนนี้ก็ใช้จ่ายได้แล้ว ฟินสุดๆ ไปเลย…
ทว่าหลังจากฟินไปแล้ว ฟางเจิ้งหยิบมือถือออกมาอีกครั้ง ก่อนจะนั่งลงใต้ต้นโพธิ์
ฟางเจิ้งเห็นหลิวต้าเฉิงส่งข้อความมาหาเขาอีก
“ฟางเจิ้ง คิดได้รึยัง จะมาเมื่อไร?” หลิวต้าเฉิงถามเข้าประเด็น
ฟางเจิ้งกลอกตา “ไม่ไหว อาตมายากจน เงินที่มีไม่พอซื้อตั๋วเครื่องบิน อยากไปก็ไปไม่ได้ เฮ้อ เงินจัดสรรจากรัฐยังไม่ได้เลย ตอนนี้ไปไม่ได้นะ ไว้ปลายปีค่อยว่ากันอีกทีเถอะ”
เปรี้ยง!
สายฟ้าผ่าลงตรงหน้าฟางเจิ้ง เขาแสยะยิ้ม รู้ว่านี่ไม่ใช่การโกหกด้วยความหวังดี หากโกหกจะต้องถูกฟ้าผ่า ทว่าเขาชินแล้ว ไม่เป็นไร
หลิวต้าเฉิงตอบว่า “ยืมคนในหมู่บ้านหน่อยก็ได้นี่”
ฟางเจิ้งอ่านถึงตรงนี้ นัยน์ตาขยับประกา