รถไฟธรรมดาไม่มีจริงๆ ทว่าก็ยังมีแบบเบาะนุ่ม
ฟางเจิ้งเลิกคิ้ว ตอบกลับว่า “อย่างนั้นเอง ไม่เป็นไร อาตมาลำบากจนชินแล้ว นั่งเบาะแข็งก็เบาะแข็ง”
“อืม โอเค นายไปรับตั๋วที่สถานีรถไฟได้เลย” หลิวต้าเฉิงกล่าว จากนั้นส่งภาพและอักษรมา บอกว่าฟางเจิ้งต้องรับตั๋วอย่างไร ทั้งยังกำชับอีกว่าอย่าขึ้นรถไฟผิด
ฟางเจิ้งแปลกใจขึ้นเรื่อยๆ หลิวต้าเฉิงไม่ต้องมีไมตรีขนาดนี้ก็ได้มั้ง! เป็นมิตรภาพระหว่างเพื่อนจริงๆ เลยชวนเขาไปเที่ยวเหรอ? เกรงว่าเรื่องนี้คงไม่ธรรมดาขนาดนั้น
ตั๋วรถไฟจองไว้วันพรุ่งนี้เก้าโมงเช้า เวลากระชั้นนิดๆ แต่ตอนนี้ฟางเจิ้งมีเงินแล้วจึงไม่กังวลอะไร อีกอย่างเขายังมีลูกศิษย์ด้วย!
วันต่อมา ฟ้าสางเล็กน้อย ฟางเจิ้งเรียกเด็กแดงมา จากนั้นเด็กแดงสะลึมสะลือพาฟางเจิ้งเปิด GPS มุ่งตรงไปยังเมืองเฮยซาน ต้องพูดว่าเด็กแดงบินเร็วมาก รู้สึกแค่เสียงลมฟู่ๆ ดังข้างหู ยี่สิบกว่านาทีก็มาถึงเมืองเฮยซาน ก่อนจะให้เด็กแดงกลับไปเฝ้าวัดต่อ ส่วนเขานั่งอยู่หน้าทางเข้าสถานีรถไฟ แบกห่อผ้าใหญ่ ในนั้นบรรจุบ๊ะจ่างข้าวผลึกไว้ ถึงแม้จะบอกกับคนอื่นว่าไม่มีแล้วก็ตาม แต่สำหรับฟางเจิ้งถ้าอยากกินก็ง่ายดายมาก ทำได้ตลอดเวลาเลย
ครั้งนี้ออกมาข้างนอกยังพกบ