ฟางเจิ้งเอ้อระเหยลอยชาย เคาะระฆัง กินเจสวดมนต์ มองญาติโยมไปๆ มาๆ ไหว้พระ ภายในใจเต็มไปด้วยความพึงพอใจ ญาติโยมที่มาวัดเอกดรรชนีเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยไม่รู้ตัว อดีตจะเป็นชาวบ้าน ตอนนี้เริ่มมีคนจากในอำเภอเมืองจำนวนมากมา ทว่าคนจากเมืองเฮยซานยังมีน้อยมาก จุดนี้มองจากทะเบียนรถที่จอดตรงตีนเขาก็รู้แล้ว
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฟางเจิ้งกำลังเล่นมือถือ ก็พลันได้รับคำขอเป็นเพื่อน เขามองไปแล้วเห็นเป็นหลิวต้าเฉิง! ฟางเจิ้งเองก็มีภาพจำที่ดีต่อหลิวต้าเฉิงอยู่แล้วด้วย
ในคำขอเป็นเพื่อนมีข้อความแนบมาด้วย ทำให้ฟางเจิ้งรู้สึกสบายยิ่ง ‘เฮ้ย เพื่อนฟางเจิ้ง ไม่ได้ติดต่อกันนานมากเลย ยังจำฉันได้ไหม? หลิวต้าเฉิง! ดูอัลบั้มรูปนายแล้ว นายเป็นหลวงจีนจริงๆ ด้วย’
ฟางเจิ้งเลยกดยอมรับ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันอย่างเป็นทางการ
แต่สิ่งที่ฟางเจิ้งคาดไม่ถึงคือ อีกฝ่ายส่งหน้ายิ้มมาทันทีเป็นการทักทาย
ฟางเจิ้งตอบด้วยอิโมจิประนมสองมือ
“ฟางเจิ้ง ไม่ได้เจอกันนาน ได้ยินว่านายเป็นเจ้าอาวาสด้วย ใช้ได้เลยนี่” หลิวต้าเฉิงถามอย่างสนิทสนม
ฟางเจิ้งตอบกลับด้วยความถ่อมตน “อมิตาพุทธ ก็ดี ชีวิตยากจนเล็กน้อย” เขาจะบอกว่ากินข้าวผลึก ดื่มน้ำบริสุทธิ์อะไรพวกนี้ทุกวันไม่ได้ละ