“พวกท่านยังยิ้มอีก?! อ้ากๆๆ…ฉันจะฆ่าคน!” ติงหนิงร้องโวย
ฟางเจิ้งยิ้มบอก “สีกา ใจเย็นก่อน เรื่องยังไม่ถึงตอนจบนะ อย่ารีบร้อนสรุป อีกอย่างพวกเขาอยู่ด้วยกันก็เพราะฝีมือสีกาเอง ตอนนี้มาโทษอาตมา จะไม่มีเหตุผลเกินไปหน่อยหรือเปล่า”
“ตอนนี้ฉันไม่อยากคุยเหตุผล…ฉันอยากตะโกน อยากร้อง อยากกระโดด…” ติงหนิงพูด
“อย่างนั้นก็ตะโกน ก็ร้อง ก็กระโดดเถอะ พวกเราจะดูเอง” ฟางเจิ้งตอบ
ติงหนิงโกรธจนแทบกระอักเลือดทันที…
ขณะเดียวกัน หวังหลุนมาที่บ้านติงหนิง เขามีกุญแจบ้านติงหนิง เมื่อเข้าประตูไปก็พบว่าสัมภาระติงหนิงยังอยู่ในบ้าน จึงพลันโล่งอก หลังจากครุ่นคิดพิจารณาก็ได้ความคิด เอ่ยยิ้มๆ ขึ้นมา “เด็กโง่ เหนื่อยมาตั้งนาน ยุ่งมาตั้งนาน ฉันจะเซอร์ไพรส์เธอบ้างเหมือนกัน…”
ทางด้านฟางเจิ้ง กินข้าวเสร็จก็เดินออกจากร้านอาหาร ติงหนิงหันไปมองถนนที่คุ้นเคยข้างหลังพลางถอนหายใจยาว กล่าวเสียงเบา “ถ้าหากว่า…เวลาช้าลงได้ก็ดี”
“ถึงช้าลงเขาก็ไปกับคนอื่นแล้ว” ฟางเจิ้งว่า
“หลวงพี่ ท่านตาหามีแววไม่ขนาดนี้เลยเหรอ ไม่พูดได้ไหม? มิน่าท่านถึงเป็นนักบวช ถึงไม่เป็นนักบวชก็หาสาวไม่ได้” ติง