เด็กสาวยิ้มเก้อเขิน “ขอโทษค่ะ คือว่าฉันไม่เคยเจอหลวงจีนจริงๆ เมื่อก่อนมีแต่นักบวชปลอมมาเร่ขายยันต์คุ้มกันข้างถนนอะไรพวกนี้ เห็นเยอะๆ เข้าเลยสับสนน่ะค่ะ”
ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย ไม่ใส่ใจอะไร เอ่ยยิ้มๆ ว่า “อมิตาพุทธ สีกาอย่าใส่ใจ อาตมาขอลาตรงนี้แล้วกัน”
เด็กสาวมองแผ่นหลังฟางเจิ้งกับเด็กแดงพลางขบคิด สุดท้ายก็ตามไปถาม “หลวงพี่ทั้งสองท่าน ถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ?”
ฟางเจิ้งพูด “เชิญสีกาถาม”
“พวกท่านไม่ใช่คนท้องที่ใช่ไหมคะ?” เด็กสาวถาม
ฟางเจิ้งพยักหน้า
เด็กสาวกลอกตาโต ถามด้วยรอยยิ้ม “พวกท่านไม่มีเงินกินข้าวใช่ไหมคะ?”
ฟางเจิ้งตะลึงงัน เด็กแดงพลันก้มหน้านับมดทันที น่าขายหน้า! ผู้ใหญ่สองคนไม่มีเงินแม้แต่จะกินข้าว!
ทว่าฟางเจิ้งกลับไร้กังวล ตอบยิ้มๆ “อาตมาไม่มีเงินกินข้าวจริงๆ อาตมาเป็นนักบวช จะต้องการเงินไปทำไม?”
“เอ่อ…ฉันเพิ่งเคยเจอคนจนที่มีเหตุผลสมควรแบบนี้เป็นครั้งแรกเลย…” เด็กสาวพูดตามจิตใต้สำนึก
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นถึงกับหมดคำจะพูด…อย่าตรงไปตรงมาได้หรือเปล่า? อย่าพูดตรงๆ ได้ไหม? พูดให้รื่นหูกว่านี้ไม่ได้หรือไง? ร้องไห้แล้ว!
เด็กสาวรีบบอก “หลวงพี่ ขอโทษนะคะ ปากฉันไม่มีหูรูดแบบนี้ประจำ ชอบพูดจามั่วซั่ว คือว่า ถ้าพวกท่านไม่มีที