ัครเล่นอย่างฉันมา”
“สีกาเล่นไวโอลินเป็นด้วย?” ฟางเจิ้งมองติงหนิงอย่างตกใจ เด็กคนนี้ดูห้าวคล้ายกับทอมบอย ไม่ว่ามองอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่สงบจิตใจเรียนดนตรีได้
ติงหนิงมองค้อนฟางเจิ้งทีหนึ่ง “อย่าดูถูกฉันนะคะ ฉันเรียนมาจากโรงเรียนที่ได้มาตรฐาน เรียนมาแล้ว…เกือบครึ่งเดือน”
“เอ่อ…” ฟางเจิ้งหมดคำจะพูด เกือบครึ่งเดือน นี่จะเล่นทำนองออกมาได้หรือ?
เด็กแดงพูดพึมพำ “ข้าได้ยินว่าถ้าเล่นไวโอลินดีจะเพราะมาก เล่นไม่ดีจะเหมือนเลื่อยขาโต๊ะ…”
สรุปคือเขาโดนมองค้อนอีกคน ติงหนิงพูดเศร้าๆ ว่า “พวกท่านให้กำลังใจฉันหน่อยไม่ได้รึไง สู้ๆ อะไรอย่างนี้? ฉันไม่ได้พาพวกท่านให้ถ่วงแข้งถ่วงขานะ…”
ฟางเจิ้งกับเด็กแดงมองตากัน แล้วพูดอย่างพร้อมเพรียง “สู้ๆ สู้ๆ!”
“ก็พอได้หน่อย” ติงหนิงยิ้มก่อนเปิดถุงใหญ่ออก พูดโม้ว่า “ในนี้คืออุปกรณ์การแสดง อีกเดี๋ยวฉันต้องปลอมเป็นผู้ชาย หมวกสูงจะปิดผมยาวได้…เฮ้อ ว่าแล้วว่าผมยาวเป็นปัญหาจริงๆ”
“สีกาไม่ชอบผมยาวรึ?” ฟางเจิ้งถาม
ติงหนิงตอบแบบสบายๆ “ไม่ชอบค่ะ มันดูแลยากเกินไป ตั้งแต่ฉันไว้ผมยาว สิ่งที่แม่ฉันพูดบ่อยที่สุดคือขนหมาเต็มพื้นไปหมด! บ้าชะมัด ฉันมีขนหมารึไง? เฮ้อ…”
ฟางเจิ้งกับเด็ก