หลายชั่วยามผ่านไป จือจวินดูเหมือนจะสัมผัสถึงบางอย่าง นางลืมตาขึ้นอย่างฉงนและกล่าวว่า “โชคชะตาสั่นสะเทือนขนาดนี้…” นางหันศีรษะไปทางทิศใต้ เห็นได้ชัดว่านางเองก็สัมผัสถึงกลิ่นอายอันแกร่งกล้าเช่นเดียวกับที่เจียงฉางเซิงรู้สึกเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน
เยี่ยสวินตี๋ได้ยินดังนั้นก็ถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น “เกิดอะไรขึ้น”
จือจวินสูดหายใจลึกแล้วหันกลับมาตอบ “มีกลิ่นอายอันแก่กล้าสายหนึ่งส่งมาจากทิศทางของมหาสมุทรไร้ขอบเขต และยังสั่นสะเทือนถึงโชคชะตาของทั้งเผ่ามนุษย์ น่าจะมีการมีอยู่ของบางสิ่งที่ยากจะจินตนาการทะลวงไปสู่ระดับสูงยิ่ง ทว่าโชคชะตาของเผ่ามนุษย์กลับไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ข้าสงสัยว่าผู้แข็งแกร่งผู้นั้นอาจมาจากเผ่าปีศาจหรือไม่ก็เผ่าอื่น”
ไป๋อียกอุ้งเท้าขึ้นพร้อมกล่าวว่า “พวกเราก็อยู่ในไท่ฮวงแล้ว จะกลัวอะไร”
จือจวินถอนหายใจเบาๆ โดยไม่ตอบคำ เจียงฉางเซิงไม่พูดอะไร เพียงจดจ่อกับการฝึกฝนวิชา ยิ่งเขาฝึกฝนวิชามรรควิถีธรรมชาติล้ำลึกเท่าไร ผิวของผลแห่งมรรคภายในกายเขาก็ยิ่งปรากฏอักขระลึกลับซับซ้อนมากขึ้น อักขระเหล่านี้ทำให้พลังวิญญาณในผลแห่งมรรคนั้นแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ดูเหมือนว่าขั้นที่เก้าของวิชามรรควิถีธรรมชาติคือวิวัฒนาการของผลมรรคา และพลังวิญญาณของเขากำลังจะก้าวสู่ระดับที่สูงยิ่งกว่าเดิม ส่วนโลกมรรคาก็เติบโตขึ้นทุกวัน ตลอดหลายปีที่ผ่านมายังเริ่มมีพืชพันธุ์ชนิดใหม่ๆ งอกเงยขึ้นมา แสดงให้เห็นว่