สงบมีเพียงเสียงลากดินสอผ่านกระดาษ ไร้เสียงอื่นใด…
แสงไฟสว่างตลอดจนเที่ยงคืนถึงดับไป
………..
แต่ฟางเจิ้งที่ออกมาตามหาหร่วนไห่กลับต้องเศร้าหมอง เขาพาเด็กแดงหาหนึ่งรอบแล้ว สุดท้ายก็ไม่เจออะไรเลย กระทั่งหลงทางด้วย! ดีที่วัดแสงสายัณห์ไม่ใช่วัดเอกดรรชนี วัดนี้มีชื่อเสียงมากพอ พอถามก็รู้ทางแล้ว จึงรีบกลับมาวัดแสงสายัณห์ก่อนมื้อเย็น
เมื่อกลับมาถึงประตูวัดแสงสายัณห์ ก็เห็นเด็กสาวคนหนึ่งนั่งยองอยู่หน้าประตูใหญ่ เด็กสาวกำลังใช้นิ้วชี้วาดอะไรบนพื้นอย่างจริงจังด้วยความโมโห
ฟางเจิ้งกับเด็กแดงมองตากัน เด็กแดงหัวเราะเบาๆ “อาจารย์…”
ฟางเจิ้งมองบนไปทีหนึ่ง “เสียงหัวเราะนายนี่ทำให้อาจารย์อยากสวดมนต์ บอกมา นายเห็นอะไร”
“แรงอาฆาต แรงอาฆาตแบบไม่มีขอบเขต ให้ศิษย์ช่วยท่านปราบมารดีหรือไม่?” เด็กแดงหัวเราะเบาๆ
ฟางเจิ้งมองค้อนไป “ศิษย์ ปกติอาจารย์จะเผื่อแผ่ให้นายอยู่แล้ว ครั้งนี้…ยกให้นายแล้วกัน”
“อย่าเลย อาจารย์ ท่านเป็นคนสร้างกรรมเองก็ต้องรับผลเอง เรื่องนี้ท่านเป็นคนบอกเองด้วย ความสามารถในการตระหนักรู้ของศิษย์คงยังไม่พอมั้ง?” เด็กแดงพูดจบก็วิ่งหนีไป
ฟางเจิ้งเขกอากาศไปทีหนึ่ง ด่าเสียงเบาๆ ว่า “เจ้าเด็กดื้อ จากนี้อย่าหวังว