บอันตรายพอดี”
หลินเฮ่าเทียนเบิกตาโต คนนิ่งงันไปทั้งตัว “มู่หลิงลั่ว!”
คนรุ่นเดียวกันเพียงคนเดียวที่ทำให้เขาพานพบความพ่ายแพ้คนนั้น เขาจดจำนางได้เสมอ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง!
มิน่าเล่ามู่หลิงลั่วถึงเก่งกาจผิดมนุษย์มนา เช่นนั้น ที่แท้ผู้อาวุโสก็กำลังหนุนหลังนางอยู่…
พอคิดได้เช่นนี้ จิตใจของหลินเฮ่าเทียนกลับนิ่งสงบ ความเสียดายในหัวใจสลายไป เขาไม่ใช่หนุ่มน้อยเมื่อสมัยนั้นอีกแล้ว ยามนี้เขาตั้งตาคอยจะพบเจอสหายเก่ามู่หลิงลั่วคนนี้มากกว่า
‘ข้าผลัดร่างเปลี่ยนกระดูกแล้ว ไม่ด้อยกว่านางแน่นอน’ หลินเฮ่าเทียนครุ่นคิดอยู่เงียบๆ ตอนนี้เขาไม่กล้าทำสู้กับมู่หลิงลั่วหรอก เขาหันไปมองเจียงฉางเชิง กำลังคิดอยากจะถามว่าเหตุใดเจียงฉางเชิงจึงถูกใจมู่หลิงลั่ว แต่ปรากฏว่าเจียงฉางเชิงมุดดินหายไปแล้ว
ฟังไม่ผิด! มุดลงไปแล้ว! แล้วยังไม่ทิ้งร่องรอยไว้บนดินแม้แต่นิดเดียวอีกต่างหาก!
หลินเฮ่าเทียนเบิกตาโต ทั้งตัวสั่นระริก “นี่มันวิชาเซียนใดกัน อยากเรียนชะมัด!”
เรือจำนวนนับไม่ถ้วนจอดขนาบข้างกันบนทะเลแต่ไม่ยอมเคลื่อนไปข้างหน้า ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่บนดาดฟ้าเรือ บนผิวสมุทรกับบนท้องนภาต่างแหงนคอรอคอย
เทพเซียนท่านนั้นจะปรากฏตัวเมื่อใดกันแน่
มู่เสวียนกังอยากจะไปตามหาตัวมู่หลิงลั่วมาถามหลายครั้ง แต่ก็กลัวว่าตนเองจะดูบุ่มบ่าม ไม่หนักแน่น ทำลายภาพลักษณ์ของตระกูลมูในใจท่านเทพเซียน เขาจึงได้แต่อดทนเอาไว้
มู่หลิงลั่วรอคอยอยู่ในห้องของ