ญาติโยมและเหล่าผู้มุงดูต่างเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว “ใช่ วัดจะแบ่งเล็กใหญ่ได้ยังไง? มีความจริงใจจะศักดิ์สิทธิ์ บูชาพระไม่ใช่ขนาดพื้นที่ พื้นที่ใหญ่ก็ดี เล็กก็ดี ต่างกันตรงไหน?”
จากนั้นแววตาแต่ละคนที่มองจื้ออวิ๋นกับจื้อเหนิงเหมือนมองคนโง่!
จื้ออวิ๋นกับจื้อเหนิงรับไม่ได้แล้ว ขณะเตรียมจะไปด้วยความหงอยเหงานั้น จื้ออวิ๋นดันถือถุงพลาสติกสีดำในมือไม่แน่นพอ มันตกลงพื้นดังปัง ตามด้วยเสียงแก้วแตก ทุกคนได้กลิ่นเบียร์ คนตาแหลมคมมองปราดเดียวก็เห็นแก้วแตกของขวดเบียร์ จึงพูดขึ้น “พวกท่านดื่มเบียร์กันด้วย?”
จื้ออวิ๋นตกใจจนรีบห่อถุงไว้อย่างดีก่อนวิ่งตามจื้อเหนิงเข้าไปในลิฟต์ จากนั้นจื้ออวิ๋นพูดตอบ “ทุกท่านมองผิดแล้ว ไม่ใช่เบียร์ เป็นเหล้ายาต่างหาก”
“เรายังไม่ได้บอกเลยว่าเป็นเบียร์ ท่านจะร้อนตัวทำไม?” มีคนพูด
จื้ออวิ๋นรู้แล้วว่าตนพูดผิด หน้าแดงก่ำแล้ว ดีที่ลิฟต์ขยับพอดี
ภายในลิฟต์ สองคนมองตากันด้วยหน้าตาปั้นยาก จื้อเหนิงต่อว่า “บอกแกแต่แรกแล้วไงว่าออกมาให้รอบคอบหน่อย รอบคอบหน่อย! แกสร้างปัญหาให้ฉันเละเทะไปหมด ครั้งนี้ไม่ว่ายังไงก็ต้องจัดการเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นไปถึงหูอาจารย์เมื่อไร เราสองคนจะโดนลงโทษ”
“