พี่อย่าพูดแบบนี้สิ ตอนนี้เป็นอย่างนี้ไปแล้ว คิดหาวิธีแก้เถอะ” จื้ออวิ๋นยิ้มแห้งๆ
จื้อเหนิงพิงลิฟต์ด้วยความมืดทะมึนไม่แน่นอน ก่อนกดปุ่มลิฟต์ชั้นบนสุด
“พี่จะทำอะไร? เราอยู่ชั้นแปดไม่ใช่เหรอ?” จื้ออวิ๋นถาม
“แกโง่เหรอ? ถ้าคนพวกนั้นจะตามมาเอาเรื่องแล้วเราหยุดชั้นแปด พวกนั้นก็หาเราเจอสิ? อีกอย่างฉันต้องการเวลาหน่อย คิดก่อนว่าจะรับมือยังไง” จื้อเหนิงพูด
จื้ออวิ๋นพูดด้วยความโกรธ “ต้องโทษไอ้ลาหัวล้านเด็กนั่น ถ้าไม่ใช่มัน เราคงไม่เป็นแบบนี้” ลืมไปหมดแล้วว่าเขาเป็นคนหาเรื่องฟางเจิ้งก่อน และเป็นเขาเองที่ไปซื้อเบียร์ ไม่ใช่ฟางเจิ้งให้เขาซื้อ
จื้อเหนิงครุ่นคิด สุดท้ายคิดได้วิธีหนึ่งจึงพูดกับจื้ออวิ๋น จื้ออวิ๋นพลันร้อนใจ โวยว่า “พี่จะทำแบบนี้ได้ยังไง?”
“เรื่องผ่านมาแล้ว คนพวกนั้นเห็นกันหมด เรื่องนี้ต้องมีคนรับแทน ตอนนี้ฉันดูแลเงินของวัดอยู่ ถ้าฉันถูกลงโทษล่ะก็ จากนี้ไปแกยังอยากแต่งเมียอยู่ไหม? ดังนั้นแกจะต้องเป็นคนรับโทษ ต้องแสดงเป็นยอมเจ็บตัวเพื่อแลกกับความไว้ใจ” จื้อเหนิงพูดอย่างจริงจัง
จื้ออวิ๋นมองจื้อเหนิงหน้าเศร้า “ไม่มีวิธีอื่นเลยเหรอ?”
“อย่างน้อยฉันก็ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้ ถ้าไม่มีคนมองเยอะ