“ทนไปเถอะน่า กลับแล้วแกค่อยไป ที่นี่มีแต่นักบวช ถ้าแกไปไหนมาไปสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วมีใครเห็นเข้าจะทำยังไง?” จื้อเหนิงพูด
“เอาเถอะๆ…รอบคอบๆ รอบคอบแล้วโอเคไหม? นี่…ไต้ซือจื้อเหนิง ถ้าพี่เป็นเจ้าอาวาสจะดีแค่ไหนนะ ถึงตอนนั้นผมจะสบาย จะป้อสาวยังไงก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำ” จิ้ออวิ๋นเอ่ย
“แกรู้จักพอบ้าง ตอนแรกฉันพาแกออกบวช ยังไม่พอใจอีกรึ” จื้อเหนิงพูด
จื้ออวิ๋นหัวเราะเบาๆ “ตอนนั้นไม่รู้นี่ว่าเป็นนักบวชมันดีขนาดนี้ เมื่อก่อนคิดมาตลอดว่าเป็นนักบวชต้องเหงา ไม่มีกินแม้แต่ค่าน้ำร้อนน้ำชา ใครจะไปรู้ว่าพี่แม่งมีชีวิตดีแบบนี้ วัดวายุใต้ใหญ่ขนาดนั้นพี่คว้าเงินทุนไว้ทั้งหมดเลย จิ๊ๆ…พี่สอบบัญชีไว้ไม่เสียเปล่าจริงๆ แต่นักบวชวัดวายุใต้ก็โง่จริงๆ นะ เอาแต่สวดมนต์ทุกวัน เหมือนว่าสวดมนต์จะเอามากินได้ แต่พวกเราสบาย พวกเขาสวดมนต์ พวกเราลงเขามาฟังเพลง พวกเขากินเจ พวกเรากินเนื้อกินเหล้า พวกเขาเจอผู้หญิงจะไม่เงยหน้า แต่เราไปทั่วตีนเขาจนไร้คู่ต่อสู้แล้ว?”
“เอาเถอะๆ ทำไปแล้วก็พูดให้น้อยๆ หน่อย!” ถึงจื้อเหนิงกำลังต่อว่า ทว่านัยน์ตากลับฉายความลำพองใจ ตอนเขาบวชแรกๆ ไม่มีใครชอบเขา เพื่อนนักเรียนมากมายต่างบอกว่าเขาโง่เขลา