ฟางเจิ้งกล่าว “อาตมาว่าอีกสองสามวันถึงกลับ วันนี้ไม่ต้องรอนะ”
“ครับ นี่นามบัตรผม ถ้าจะกลับเมื่อไรก็บอกผมก่อน ผมรอท่านได้นานสุดสามโมงครึ่ง ถ้าช้ากว่านั้นก็จะกลับไปสาย เดินทางกลางคืนลำบากน่ะครับ” คนขับรถพูด
ฟางเจิ้งรับนามบัตรมา ขอบคุณแล้วพาโอวหยางเฟิงหวากับเด็กแดงเดินไป
“ไต้ซือ เราจะไปไหนคะ?” โอวหยางเฟิงหวาถามด้วยความประหลาดใจ
ฟางเจิ้งงุนงง “สีกาไม่รู้ทางหรือ?”
“ฉัน…ควรจะรู้เหรอคะ?” โอวหยางเฟิงหวาพูดจบใบหน้างามถึงกับแดง
ฟางเจิ้งพูดด้วยความจนปัญญา “อาตมาเห็นเมื่อหลายวันก่อนสีกาพูดมีหลักการเลยคิดว่ารู้จะไปยังไง ดูแผนที่แล้วกัน…”
ฟางเจิ้งหยิบมือถือออกมาค้นหาวิธีไปวัดแสงสายัณห์ ส่วนใหญ่บอกว่าไปถึงเมืองเฮยซานแล้วให้นั่งรถบรรทุกไปลงเมืองกู่หลิน จากนั้นนั่งรถไฟความเร็วสูงไปเมืองถานจง ลงรถโบกรถต่อ ชั่วโมงเดียวก็จะถึงวัดแสงสายัณห์แล้ว ฟางเจิ้งกับโอวหยางเฟิงหวาปรึกษากัน สองคนรู้สึกว่าเวลาล้ำค่ากว่า ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางมากเกินไป โอวหยางเฟิงหวาเองก็ไม่ขาดเงิน ดังนั้นสองคนจึงโบกรถไปเมืองเฮยซานทันที
ทางนี้ราบรื่นมาก ทั้งยังได้มาตรฐานกว่า รถบัสปรับอากาศไม่มีการรับคนเกิน ในรถไม่มีใครสูบบุหรี