่หรือคุยเสียงดัง ทว่าโอวหยางเฟิงหวากลับยังรู้สึกว่าในรถขาดหายอะไรไปบางอย่าง
“ไต้ซือ ทำไมฉันรู้สึกว่าในรถมีอะไรหายไปบางอย่าง” นั่งไปได้ครู่หนึ่ง โอวหยางเฟิงหวาอดใจถามขึ้นมิได้
ฟางเจิ้งถามกลับ “แล้วควรจะมีอะไรหรือ?”
“ฉันก็ไม่รู้ ตั้งแต่ลงรถคันนั้นมานั่งคันนี้ต่อ ก็มักรู้สึกว่ามีบางอย่างหายไป” โอวหยางเฟิงหวาสับสนนิดๆ เธอเหมือนรู้ว่าขาดหายอะไร แต่บอกไม่ถูก
เด็กแดงพูดพึมพำ “ขาดกลิ่นบุหรี่ ขาดเสียงดังโวยวาย ที่นี่ก็เหมือนกับน้ำเต้าที่ยังไม่เปิด[1]”
โอวหยางเฟิงหวาพยักหน้ารัวๆ “ใช่เลย”
ฟางเจิ้งพูดยิ้มๆ “รถบัสแบบนี้กับรถหมู่บ้านแบบนั้นก็เปรียบได้กับตึกระฟ้าสูงใหญ่ในเมืองกับบ้านชั้นเดียวในหมู่บ้าน หนึ่งเจอหน้าไม่รู้จักกัน อีกหนึ่งรู้จักกันทั้งหมู่บ้าน ที่สีกาว่าคือขาดหายกลิ่นอายความรู้สึกคน”
โอวหยางเฟิงหวากับเด็กแดงตาเปล่งประกาย พยักหน้ารัวๆ โอวหยางเฟิงหวาพูด “ใช่ ขาดหายกลิ่นอายของคนไปนิดหน่อย มีความรู้สึกเครื่องจักรเพิ่มมาหลายส่วน”
เด็กแดงนอนพาดบนขอบหน้าต่างมองไปข้างนอก “ถึงที่นี่จะสบาย แต่ข้าชอบรถเก่าๆ นั่นมากกว่า ได้ฟังพวกเขาคุยโม้ดูน่าสนุกกว่าดูทีวีอีก”
ฟางเจิ้งกับโอวหยางเฟิงหวามองแล้วยิ้มให้