“ไม่ใช่ เฟิงหวาต่างหาก” โอวหยางเฟิงหวาลากเสียงยาว
“อืม สีกาเฟิงหวา” ฟางเจิ้งพูดอย่างจริงจัง
“ไม่ใช่ ไม่ต้องมีสองคำนั้น” โอวหยางเฟิงหวาร้อนใจแล้ว
“อืม สีกา” ฟางเจิ้งยังคงสอนไม่จำต่อไป
“อ๊าก…ท่านน่าโมโหจนปอดฉันจะระเบิดอยู่แล้ว นี่จงใจใช่ไหม?” โอวหยางเฟิงหวาร้องโวยด้วยความโมโห
ฟางเจิ้งเคร่งขรึมยิ่ง มองโอวหยางเฟิงหวาอย่างจริงจังก่อนตอบอย่างมั่นใจมาก “ใช่”
“เอื๊อก…” โอวหยางเฟิงหวาถูกหยอกล้อจนถึงกับหัวเราะ
พูดเล่นกันต่ออีกสองประโยค โอวหยางเฟิงหวาถึงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ไต้ซือ ในมือท่านนั่นบัตรเชิญของวัดแสงสายัณห์เหรอคะ?”
ฟางเจิ้งส่งบัตรเชิญให้โอวหยางเฟิงหวาด้วยความทุกข์ใจ “สีกาดูเองเถอะ เฮ้อ…”
โอวหยางเฟิงหวารับไปดูถึงกับชะงักงัน ก่อนร้องตกใจ “นี่มันบัตรเชิญร่วมพิธีชะล้างจิตใจและสวดมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลที่จัดปีละครั้งของวัดแสงสายัณห์? พระเจ้า ไต้ซือ ท่านได้บัตรเชิญนี่เหรอ?”
ฟางเจิ้งมองโอวหยางเฟิงหวาด้วยท่าทีแปลกๆ ก่อนถาม “บัตรเชิญนี่ได้ยากมากเลยเหรอ?”
ฟางเจิ้งไม่เคยไปไหนมาไหนไกลนัก วัดใหญ่ที่สุดที่เขารู้จักก็มีเพียงแดนศักดิ์สิทธิ์พุทธศาสนาที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงเหล่านั้นอย่างเช่นภูเขาผู่ทัว ภูเขาเส้าหลินแ