ต่างชินกับกฎของวัดเอกดรรชนี กฎของวัดเอกดรรชนีคือทุกคนตามสบาย ที่นี่ไม่มีการทำนายชะตา ไม่มีการขายยันต์วิญญาณหรือลูกประคำอะไรพวกนี้ สิ่งที่ต้องทำเพียงอย่างเดียวคือจุดธูป ขอพรแล้วจากไป ถ้าอยากจุดธูปชั้นดี ก็แค่หยิบธูปชั้นดีแล้วยัดเงินสองร้อยหยวนเข้ากล่องบริจาคก็พอ ซึ่งตรงนี้ไม่มีใครดูแลด้วย
เรื่องแบบนี้ไม่มีใครแอบหยิบธูปชั้นดีแล้วไม่จ่ายเงิน ส่วนการขอพร แค่จริงใจจะสัมฤทธิผล การแอบหยิบธูปชั้นดีแล้วไม่จ่ายเงินหรือขอพรต่อหน้าพระโพธิสัตว์นั้น ถ้าสัมฤทธิผลสิแปลก
ญาติโยมที่มาวันนี้มีไม่น้อย ผ่านช่วงเช้าไปก็เริ่มน้อยลง สุดท้ายเหลือเพียงคนเดียวที่ยังไม่ไป
ฟางเจิ้งเองก็ไม่สนใจ ตอนนี้ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งเข้ามา ดูรีบร้อนมาก เข้าอุโบสถไปจุดธูปก่อนคุกเข่าเริ่มพูด ไม่ผิด คนอื่นอธิษฐานขอพรในใจเงียบๆ แต่เจ้านี่อ้าปากพูด ลิงมองฟางเจิ้ง ความหมายคือจะให้ปรามหรือไม่
ฟางเจิ้งส่ายหน้า เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้านี่จะพูดอะไรกันแน่
ชายหนุ่มคุกเข่าลงพูดว่า “สวัสดีครับพระโพธิสัตว์ ผมชื่อพานอัน อืม พานอันที่เป็นสี่หนุ่มหล่อยุคโบราณและมีสติปัญญาเหนือคนอื่นคนนั้น ชื่อผมดีใช่ไหม ตัวผมเองก็ดี แต่ไม่รู้ทำไมถึงขี้เกียจ