หลู่เจิ้งเม้มปาก ออกแรงกัดริมฝีปากพลางพยักหน้าแรงๆ “ได้!”
“เฮ้ย ความเร็วกับแรงพวกนายน่าตกใจชะมัด! แต่ว่าครั้งหน้าฉันจะขวางนายให้ได้” เด็กหนุ่มหน้าสิววิ่งเข้ามา พูดราวกับประกาศศึก
หลู่เจิ้งยิ้มเขินอาย มองหมาป่าเดียวดายแวบหนึ่ง หมาป่าเดียวดายเชิดหน้าขึ้นด้วยความทะนงตน เหมือนกำลังดูถูกอีกฝ่าย หลู่เจิ้งจึงเชิดหน้าขึ้นตาม พูดด้วยความมุ่งมั่นในการแข่งขันเต็มสิบ “มาเถอะ ฉันจะรอนาย!”
เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น หมาป่าเดียวดายดันหลู่เจิ้งพุ่งไปทางซ้ายขวา แม้หลู่เจิ้งจะวิ่งไม่เร็ว แต่หมาป่าเดียวดายวิ่งเร็วมาก อีกทั้งแววตายังเจ้าเล่ห์ ทุกครั้งจะพุ่งไปถึงตำแหน่งก่อนเวลา ส่วนหลู่เจิ้งในตอนนั้นก็เล่นบาสมาหลายปี ใช้ขาไม่ได้ แต่ใช้มือได้ ประกอบกับหมาป่าเดียวดายวิ่งมาเข้าตำแหน่ง ระหว่างทางตัดบอลได้รวดเร็วมาก ทำให้พวกหวังคุนโมโหจนด่าทอเสียงดังบ่อยๆ
บนสนามบาสก็เป็นแบบนี้ เด็กพวกนี้ที่มีกลิ่นอายวัยรุ่นเปี่ยมล้น อยู่ในช่วงเลือดร้อน ย่อมเลี่ยงคำหยาบไม่ได้ ถ้านายไม่พอใจก็ด่ากลับแค่นั้น! แต่จะไม่ฝากความคิดถึงไปถึงบุพการี นี่คือเส้นตาย…
หวังคุนเห็นถูกแย่งบอลไปอีก แล้วเลยด่าเสียงดัง “ห่า หลู่เจิ้ง นายจะเกินไปแล้ว! ถ้ากล้าตัด