อะ”
ฟางเจิ้งส่ายหน้า “ประสกพูดจาหนักไปแล้ว ประสกท่านนั้นที่ประสกพูดถึงยังมีชีวิตอยู่ดี จะบอกว่าเกี่ยวกับชีวิตคนได้อย่างไร?” จากนั้นไม่มองเซี่ยเหมิ่ง แต่พูดกับหลินเหล่ย “ประสก โยนไก่เป็นใส่หม้อ มันโหดร้ายเกินไปหน่อยไหม”
“หลวงพี่ยุ่งกับเรื่องของคนอื่นมากไปมั้ง” หลินเหล่ยตอบอย่างไม่พอใจ
ฟางเจิ้งพูดยิ้มๆ “อาตมายุ่งแต่เรื่องที่ควรยุ่ง”
“หลวงพี่ ท่านบอกผมมาเถอะว่าเถ้าแก่ไปทางไหน ผมจะปล่อยไก่ตัวนี้ไปตกลงไหม?” เซี่ยเหมิ่งกล่าว
หลินเหล่ยอ้าปาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร
ฟางเจิ้งยิ้มบอก “ประสก ถ้าอาตมาไม่บอกล่ะ”
“ตอนนี้สายแล้ว พวกเราหิวแล้วด้วย คงต้องตุ๋นไก่นี่กินบำรุงร่างกายเท่านั้น” เซี่ยเหมิ่งจ้องฟางเจิ้ง ทำท่าทีว่าจะกินแน่ๆ
ฟางเจิ้งยิ้มบางๆ “ถ้าประสกกินไก่ตัวนี้ จากนี้จะไม่ได้เจอประสกหลินอีกเลย”
พูดจบ เซี่ยเหมิ่งหน้าเปลี่ยนสี เอ่ยพลางจ้องฟางเจิ้งด้วยท่าทีโหดเหี้ยม “ท่านจับเถ้าแก่เราไปใช่ไหม?” ขณะเดียวกัน มีดถูกดึงออกจากฝักแล้ว เสมือนพยัคฆ์โหยเผยเขี้ยวและกรงเล็บ!
ฟางเจิ้งกลับแน่นิ่ง เอ่ยเรียบๆ ว่า “ประสก พวกเรากำลังคุยปัญหาเรื่องไก่อยู่” ฟางเจิ้งพูดพร้อมกระทืบเท้า หินก้อนใหญ่ใต้เท้าแตกออก! การกระทำ