กระรอกมองไกลออกไปอีก ก่อนส่ายหน้าบอก “มีแค่ฟ้าครามกับเมฆขาว ไม่เห็นมีอะไรเลย”
“ใช่แล้ว ไม่มีอะไรเลย แต่ท่านจำกัดทั้งหมดนี้ลงมา เติมอาจารย์เข้าไป แล้วมองดูอีกที รู้สึกอะไรหรือไม่?” กระรอกเงยหน้ามอง ผ่านไปหนึ่งนาที สองนาที สามนาที…
เด็กแดงรำคาญแล้ว จึงพูด “เห็นอะไรหรือไม่กันแน่”
กระรอกตอบ “ศิษย์น้อง เงยคอนานไป คอเป็นตะคริวแล้ว ช่วยที”
เด็กแดงพูดไม่ออก
“เอาล่ะ บอกมาว่าท่านเห็นอะไร” เด็กแดงช่วยกระรอกคลึงเส้นเอ็นตรงคอแล้วจึงถาม
กระรอกพูด “ไม่เห็นอะไรเลย คือว่า…เหมือนอาจารย์จะหลับด้วย”
เด็กแดงหัวเสียแล้ว
กระรอกกล่าว “เฮ้ย ศิษย์น้อง นายรู้นี่ว่าฉันโง่ รีบๆ บอกมาเถอะ มีความลับอะไรกันแน่?”
เด็กแดงถอนหายใจ “ท่านนี่ มองไม่ออกจริงๆ หรือ หินนี่อยู่ระหว่างกลางธารน้ำ เหมือนกับเสาเอกกลางน้ำ! ข้างหลังเป็นน้ำตก บนยอดน้ำตกมีหินยักษ์ ข้างหินยักษ์มีต้นไม้โบราณที่ประหลาดแต่น่ามอง ในฟ้าครามมีเมฆหลายก้อนเคลื่อนคล้อย พอมีหลวงจีนถือลูกประคำถือนั่งขัดสมาธิอย่างสงบนิ่งแล้ว ท่านไม่คิดว่านี่คือม้วนภาพที่มีกลิ่นอายฌานสมาธิมากรึ?”
“คล้ายๆ จริงด้วยสิ…แต่ว่านี่มันมีประโยชน์อะไร?” กระรอกถามด้วยความไร้เดียงสา
เด็กแดงเงยหน้า เอ่ยด