้กระบี่เอกภพเริ่มหมุนด้วยความเร็วสูง
แสงดาบทวีความสว่างเจิดจ้าอย่างยิ่ง นักยุทธ์ทั้งหลายในแผ่นดินต่างทยอยบินขึ้นสู่ท้องฟ้ากันเป็นระลอกๆ มองการต่อสู้ครั้งใหญ่ราวกับเทพมารจากระยะไกลๆ แต่ละคนล้วนตกตะลึงจนตาค้าง ในเขตทะเลห่างไกลก็มีสัตว์ปีศาจจำนวนมากโผล่ออกมาชมการศึกเช่นกัน ต่างก็ตกตะลึงพรั่นพรึงไปตามๆ กัน
ค่ายกลกระบี่จักรวาลตะวันจันทรากลายเป็นสิ่งที่สว่างที่สุดในใต้ฟ้ามืดมิด แสงดาบที่เปล่งออกมาราวกับแสงแรกที่ผ่าทะลุความโกลาหล ส่วนเจียงฉางเซิงที่ยืนเหนือแสงนั้นก็ราวกับเทพเจ้าผู้เปิดฟ้าแยกดิน
“เผ่าสวรรค์ ผานกู่!”
เสียงก่อนหน้านั้นของเจียงฉางเซิงดังกึกก้อง ทำให้นักยุทธ์และสัตว์ปีศาจนับไม่ถ้วนได้ยินชัดเจน ท่ามกลางสายตาของสรรพชีวิต ค่ายกลกระบี่จักรวาลตะวันจันทราลุกไหม้ขึ้นด้วยเปลวเพลิง ราวกับเตาหลอมแห่งฟ้าดิน จ้าวปีศาจชื่อเอ๋อพยายามหนีออกมา แต่ไม่สามารถทำลายค่ายกลได้เลย
จ้าวปีศาจผิงเทียนฟาดดาบกระดูกอย่างบ้าคลั่ง พลังดาบดุเดือด แม้ร่างจะใหญ่ดังขุนเขา แต่การโจมตีกลับเร็วเกินคาด ทว่าคลื่นดาบก็ยังไม่เร็วเท่าความรุนแรงที่เปลวเพลิงแผ่ขยาย
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!…
สายฟ้านับหมื่นกระหน่ำลงมาจากแสงดาบเบื้องบน จ้าวปีศาจผิงเทียนตั้งตัวไม่ทัน จึงถูกฟาดเข้าใส่จนร่างทั้งร่างชาไปหมด
“เป็นไปได้อย่างไร… นี่มันค่ายกลอะไร… แค่คนเดียวก็ใช้ได้หรือ”
ในใจจ้าวปีศาจผิงเทียนตกตะลึง เขาเคยร่วมศึกกับราชวงศ์ศักดิ์สิ