คือเมื่อกินคำแรกล้วนเสียใจภายหลังกันหมด
“เฮ้ย กินหมดแล้ว ถ้าอยากกินอีกจะทำยังไง…”
“แย่แล้ว รู้อย่างนี้กินครึ่งคำแล้วเก็บเอาไว้ดีกว่า”
“ฉันว่าจะกินแค่นิดเดียวนะ แต่ทำไมอดใจไม่ไหว…”
…….
แต่คนที่สำนึกเสียใจที่สุดก็ยังเป็นผู้หญิงที่ตอนแรกสุดบอกว่าบ๊ะจ่างของฟางเจิ้งมีปัญหา ก่อนหน้านี้ถ้าเธอไม่พูดเอาไว้เยอะ อย่างน้อยๆ ตอนนี้คงได้กินหลายอัน…เสียใจนัก!
ไม่ว่าทุกคนจะบ่นอย่างไร แต่พวกชาวบ้านก็พยายามแล้ว ทั้งยังได้กินอาหารเลิศรสจริงๆ แถมไม่ต้องจ่ายเงินอีก! ความไม่พอใจในใจกลายเป็นความสุข แต่ละคนขับรถกลับบ้าน เพียงแต่ภายในใจจดจำวัดเอกดรรชนีไว้เงียบๆ แล้ว จำไว้ว่าวันนี้ของปีหน้าพวกเขาจะต้องมา แล้วต้องมาเช้าๆ ด้วย!
ขณะเดียวกัน ภาพถ่ายเกี่ยวกับวัดเอกดรรชนีต่างๆ และภาพป่าไผ่ถูกเผยแพร่ออกไป เมื่อได้ประโยชน์จากชาวบ้านแล้ว ทุกคนย่อมลงแรงช่วยโม้ให้หมู่บ้านอย่างเต็มที่ ทั้งยังเผยแพร่คำพูดและเรื่องเล่าที่พวกชาวบ้านเคยบอกออกไป สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดในนั้นคือเรื่องครอบครัวหยางหวาขอลูก
วัดเอกดรรชนีกลายเป็นหัวข้อสนทนาเวลาดื่มชาหลังอาหารของคนมากมายอีกครั้ง ข่าวความศักดิ์สิทธิ์ของวัดเอกดรรชนีกระจายไปถึงหูชายที่กำล